้าใจทุกอย่างแล้ว ชายหนุ่มก็สร้างผนึกภูตผีขึ้นมาสายหนึ่ง ก่อนที่จะร่อนลงบนเห็ดตัวน้อย จากนั้นเขาจึงได้ถอนจิตวิญญาณของตนออกมา
ถัวหลัวเย่เและคนอื่น ๆ ใน ‘จัตุรัส’ ยังคงกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของลู่เฉิน
ส่วนราชาอินทรีเพลิงมองคนเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้พวกเจ้าสามารถเลือกวิธีเอาชีวิตรอดได้ แต่หลักการของการเอาชีวิตรอดนี้ก็คือ พวกเจ้าจะต้องเข้าร่วมกับภูเขาราตรีมารของเรา และกลายเป็นหนึ่งในพวกเรา”
ถัวหลัวเย่พูดอย่างเย็นชา “ต่อให้เจ้าฆ่าพวกเราให้ตาย พวกเราก็ไม่ยอมจำนนต่อพวกเจ้า!”
“ตาแก่ เจ้าอยากตายขนาดนั้นเลยหรือ?” ราชาอินทรีเพลิงอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ
ถัวหลัวเย่ตะคอก
ราชาอินทรีเพลิงมองไปที่มู่หรงหยิงด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคือเจ้าสำนักคนปัจจุบันของภูเขาราตรีมารสินะ?”
“แล้วอย่างไร?” มู่หรงหยิงพูดโดยไม่กลัวอีกฝ่าย
ราชาอินทรีเพลิงหัวเราะออกมาอย่างประหลาดใจหลังจากเห็นมู่หรงหยิงดื้อรั้น “อันใดนะ? เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าทำอันใดเจ้าหรือ?”
“มาได้เลย ข้าไม่กลัวเจ้า” มู่หรงหยิงพูดอย่างไม่กลัวตาย
“เยี่ยม เยี่ยมมาก!” ราชาอินทรีเพลิงปล่อยอินทรีเพลิงออกจากร่างของเขา และทันทีที่อินทรีเพลิงพุ่งผ่านไป มันก็ปล่อยเปลวไฟใส่รอบ ๆ มู่หรงหยิง ทำให้มู่หรงหยิงรู้สึกราวกับว่ามีไอมารอยู่ในตัวนางทันที ร่างกายกำลังจะถูกบางสิ่งกลืนกิน และเหมือนดูดบางสิ่งออกไปอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ถัวหลัวเย่ก็ตะโกนไปที่ราชาอินทรีเพลิ