กรู้ว่าลู่เฉินสามารถต้านทานการโจมตีของผู้อาวุโสม่อได้หรือไม่
ส่วนลู่เฉินยังคงเอ่ยยั่วเย้าอีกฝ่าย “อย่าเอาแต่ถลึงตามองข้า หากมีฝีมือก็เข้ามา”
ผู้อาวุโสม่อก็คิดเช่นกัน แต่เขาไม่แน่ใจ ดังนั้นเขาจึงสื่อสารกับเงาเพลิงมารในร่าง “ใต้เท้า ข้าควรทำอย่างไรดี?”
“เปิดรอยผนึกนั้น! ปล่อยราชาเห็ดวิญญาณออกมา! ถึงยามนั้นก็ควบคุมมัน ไปต่อกรกับพ่อหนุ่มนี้!” เงาเพลิงมารรู้ว่ายามนี้เขาสามารถปล่อยให้สิ่งแปลก ๆ เหนือหัวของเขาไปจัดการกับลู่เฉินได้
ผู้อาวุโสม่อก็คิดว่าวิธีนี้ไม่เลว
ดังนั้นผู้อาวุโสม่อจึงหยิบแผ่นยันต์สีดำออกมาสองสามแผ่นแล้วเผาไหม้ และโยนขึ้นไปบนฝ้าเพดาน
คนเหล่านั้นอยากรู้อยากเห็นว่าผู้อาวุโสม่อกำลังทำอันใด
และในยามนี้เปลวไฟสีดำนับไม่ถ้วนก็กะพริบวาบ จากนั้นเจ้าพวกที่ดูดวิญญาณสีดำก็ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น และในเวลาเดียวกันก็แผ่กลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมา
ถัวหลัวเย่ตกตะลึง “แย่แล้ว ผนึกกำลังจะถูกทำลาย!”
คนอื่น ๆ ก็หวาดกลัวมากขึ้น
“มันจบแล้ว ราชาเห็ดจะปรากฏตัวแล้ว!” บางคนตกใจจนขาชา
และมีคนที่ไม่สามารถใช้พลังได้ ทำได้เพียงนอนอยู่บนพื้นและมองดูฝ้าเพดานด้วยความสยองขวัญ
ผู้อาวุโสม่อหัวเราะเยาะลู่เฉิน “พ่อหนุ่ม รอให้ราชาเห็ดออกมาเถิด นั่นคือความตายของเจ้า!”
ลู่เฉินหัวเราะและพูดว่า “ขอบคุณ”
“ขอบคุณ?” ผู้อาวุโสม่อไม่รู้ว่าลูเฉินหมายถึงสิ่งใด และคนอื่น ๆ ก็สับสนมากยิ่งขึ้น
มีเพียงลู่เฉินเท่านั้นที่ยิ้มแย้มแจ