ว่า “ได้”
“ประเสริฐ!”
เงามารเพลิงกลายเป็นเปลวเพลิงสีม่วงจำนวนมากและพุ่งเข้าใส่ร่างของผู้อาวุโสม่อ เขาคำรามอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดทันที
เงามารเพลิงพูดอย่างเย็นชา “อดทนไว้”
“ข้า ข้าทนไม่ได้แล้ว!” ผู้อาวุโสม่อรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังจะหมดสติ
“ถ้าไม่อยากตายก็อดทนไว้!” เงามารเพลิงตะโกน
ผู้อาวุโสม่อไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทนไว้
…
ลู่เฉินซึ่งอยู่ในทางเดินได้มาถึงขอบประตูหินขนาดใหญ่พร้อมกับทุกคนแล้ว แต่ใต้ประตูหินขนาดใหญ่นั้นมีรอยร้าวปรากฏขึ้นแล้ว
เมื่อมองไปที่รอยแตก มู่หรงหยิงก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “ดูเหมือนว่าเมล็ดพืชเหล่านั้นอาจจะลอยออกมาจากรอยแตกนี้ จากนั้นก็แกร่งกล้าขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดก็ถูกควบคุมโดยผู้อาวุโสม่อ”
“เปิดสิ” ลู่เฉินไม่มีความคิดอื่น เขาแค่อยากจะเข้าไป
มู่หรงหยิงสูดลมหายใจเข้าลึกและพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องเตรียมตัวเตรียมใจ”
“เข้าใจแล้ว” ลู่เฉินไม่ต้องการพูดไร้สาระมากเกินไป
มู่หรงหยิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหยิบป้ายทรงกลมสีทองแดงออกมา จากนั้นใส่เข้าไปในร่องบนประตูหิน จากนั้นประตูหินขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ราง ๆ ก็หายไปในที่สุด
มู่หรงหยิงมองไปที่ลู่เฉิน “ประตูหินนี้จะปิดในอีกไม่นาน เราต้องเข้าไปโดยเร็ว”
ลู่เฉินเดินเข้ามาแล้ว มู่หรงหยิงหันไปมองหลันหยาและคนอื่น ๆ “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่”
ทุกคนไม่ได้เข้าไป แต่เฝ้าดูอยู่อย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ประตูหินก็ปรากฏขึ้นอีกค