ดังนั้นจึงไม่คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ
…
ภายในถ้ำบนภูเขา ผู้อาวุโสม่อรู้สึกทรมานมาก ราวกับว่าวิญญาณของเขาถูกบางสิ่งบางอย่างกัดกิน
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย!” ผู้อาวุโสม่อทนไม่ได้อีกต่อไปและกลิ้งไปกับพื้น
เงามารเพลิงอยู่บนกำแพง จ้องมองที่ผู้อาวุโสม่อชั่วขณะหนึ่งแล้วพูดว่า “วิญญาณของเจ้าถูกเขาทำลาย และมันยากนักที่จะกู้คืน”
“นายท่าน ท่านต้องมีทางแก้ไข” เสียงของผู้อาวุโสม่อแหบแห้งเพราะความเจ็บปวด
เงามารเพลิงเอ่ยอย่างเย็นชา “เหตุใดเขาจึงสามารถทำร้ายวิญญาณของเจ้าจากระยะไกลได้?”
“เกราะคลื่นเสียงพิฆาตมาร อันใดก็ไม่รู้…” ผู้อาวุโสม่อพูดไม่ค่อยชัดเจน
“บอกละเอียดกว่านี้หน่อย” เงามารเพลิงกล่าว
ผู้อาวุโสม่อไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอธิบายสถานการณ์ทีละเรื่อง
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ เงามารเพลิงก็พึมพำว่า “ชายผู้นี้ เป็นผู้ใดกัน? ไยจึงมีทักษะเสียงที่แปลกประหลาดเช่นนี้ได้”
“นายท่าน ท่านรีบหาทางช่วยข้าเถิด” ผู้อาวุโสม่อต้องการหยุดความเจ็บปวด
“มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น”
“วิธีใด?”
“ทำให้เจ้าเป็นหุ่นเชิดของข้า เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ” เงามารเพลิงกล่าวอย่างราบเรียบ
“อันใดนะ?” ผู้อาวุโสม่อรู้ดีว่าหุ่นเชิดคือสิ่งใด
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะเก็บความทรงจำของเจ้าไว้ แต่จะลบความเจ็บปวดของเจ้า” เงามารเพลิงอธิบาย
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสม่อก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแข็งใจพูด