ครั้นลู่เฉินได้ดูดซับดอกไม้วิญญาณมารจำนวนมาก ก็รู้สึกพอใจอย่างมาก
แต่หลังจากที่ดอกไม้เหล่านี้สลายหายไป ห้องโถงร้างก็ปรากฏขึ้นข้างหน้า
“หมอเทวดาลู่ ด้านในห้องโถงนั้นเป็นที่ที่เจ้าสำนักและคนอื่น ๆ อยู่” อาไท่ไม่กล้าเข้าไปใกล้ เขาจึงได้แต่ตะโกนอยู่ตรงนั้น
ลู่เฉินมองไปที่พวกเขาและพูดว่า “ต้นไม้เหล่านี้ตายแล้ว จึงไม่มีพิษอีกต่อไป เข้ามานี่”
เพียงแค่นั้นทั้งสองก็รู้สึกโล่งใจ
ชายหนุ่มเบือนสายตามองไปที่โถงร้างเบื้องหน้า
ด้วยความช่วยเหลือของไข่มุกราตรีสมุทร ลู่เฉินจึงเห็นว่าเกิดสิ่งใดขึ้นจากข้างใน
เห็นเพียงมู่หรงหยิง เจ้าสำนักภูเขามารราตรี และหลันหยารวมถึงคนอื่น ๆ
รอบ ๆ มีเถาวัลย์หนามมากมายล้อมรอบห้องโถงใหญ่ ทำให้พวกเขาออกไปไม่ได้
“หมอลู่” อาไท่ตะโกนหลังจากเห็นลู่เฉินนิ่งค้างไป
หลังจากได้สติกลับคืนมาแล้ว ลู่เฉินก็มองไปที่อาไท่ “มีอันใด?”
“นี่คือทางเข้า เจ้าสำนักของเราเข้าไปจากทางนี้ และถูกขังอยู่ข้างใน”
“ข้ารู้ อยู่บนชั้นสอง ห้องโถงด้านในสุด” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็เดินนำไปคนเดียว
อาไท่ตกใจ “รู้หมดเลยหรือ?”
ฟาเทียนมองไปที่อาไท่ด้วยรอยยิ้ม “อย่าสงสัยในความสามารถของผู้อาวุโส”
อาไท่เอ่ยพลางถอนหายใจ “ยอดเยี่ยมไปเลย”
แต่เมื่อพวกเขาทั้งสามเดินไปที่ทางเข้าหลักของห้องโถงร้าง พื้นดินก็แตกออก แล้วพืชบางชนิดที่ส่องแสงสีม่วงก็โผล่ออกมาจากด้านล่าง
อาไท่ถอยหนีด้วยความตกใจ “นี่มันอันใดกัน?”
“ดอกไม้หิน แต่ว