่าเป็นมาร” ลู่เฉินยิ้มพลางคว้าต้นไม้เหล่านี้ด้วยมือเดียว แล้วดูดซับพลังโดยตรง จากนั้นจึงขึ้นไปบนชั้นสอง
บนทางเส้นนี้ยังมีพืชแปลก ๆ ที่คล้ายกันอีกมากมาย
ทว่าพืชเหล่านี้เป็นเพียงอาหารสำหรับลู่เฉิน
อาไท่และฟาเทียนเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ จากด้านหลัง ในห้องโถงแรก พวกเขาหันหน้ามองไปที่ต้นไม้รอบ ๆ ด้วยสีหน้าที่น่าเกลียด “เจ้าสำนัก ท่านคิดว่าอาไท่จะหาหมอเทวดาลู่เจอหรือไม่?”
“ข้าให้แผ่นยันต์โบราณแก่อาไท่ ข้าคิดว่าเขาสามารถหาเจอได้” มู่หรงหยิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ข้าง ๆ มีท่าทีเคร่งขรึม
หลันหยาก็เช่นกัน “แต่ต่อให้เจอแล้ว มันอาจจะยากมากที่จะฝ่าการปิดล้อมของผู้อาวุโสม่อ ทั้งยังมาที่นี่ เข้าสู่พื้นที่ต้องห้ามแห่งนี้”
มู่หรงหยิงพยักหน้าและพูดว่า “นี่คือสิ่งที่ข้ากังวล”
ผู้อาวุโสบางคนพากันบ่นกระปอดกระแปด
บ้างก็ด่าว่าผู้อาวุโสม่อว่าทำเรื่องบ้า ๆ
หลันหยามีสีหน้าย่ำแย่ “ถ้าข้าออกไปได้ ข้าจะฆ่าผู้อาวุโสม่อคนนี้เสีย!”
คนอื่นก็คิดเช่นนี้
ในเวลานี้ หุ่นไม้สีม่วงบางตัวที่เปล่งไอมารออกมายืนอยู่นอกต้นไม้เหล่านั้น และเสียงของผู้อาวุโสม่อก็มาจากหนึ่งในนั้น
“อันใดนะ อยากให้ข้าตายอย่างนั้นหรือ?” ผู้อาวุโสม่อยิ้มแปลก ๆ
เมื่อเห็นหุ่นพวกนี้ ทุกคนก็พากันก่นด่าสาปแช่ง
หลันหยายิ่งโกรธจัด “ผู้อาวุโสม่อ ข้าแนะนำให้เจ้าปล่อยพวกเราไปโดยเร็ว ไม่เช่นนั้น เราจะฆ่าเจ้าแน่หลังจากที่เราออกไปได้!”
“ออกมาหรือ ยังอยากออกมาอีกหรือ