ามมุมกำแพงแล้ว
“ท่านหมายถึงผู้อาวุโสม่อ?” อาไท่ราวกำลังคิดถึงใครบางคน
“อืม”
“แต่ผู้อาวุโสม่อโกรธแค้นพวกเรามากมิใช่หรือ? แล้วเหตุใดจึงปล่อยให้พวกเราเข้าไปได้?” อาไท่ยังคงไม่เข้าใจ
สำหรับคำถามนี้ ฟาเทียนก็ไม่เข้าใจเช่นกัน จึงมองไปยังลู่เฉิน “ผู้อาวุโส เพราะเหตุใดกัน?”
“ง่ายมากนักก็คืออยากให้พวกเราเข้าไป” ลู่เฉินมีชีวิตอยู่มานานแล้ว ดังนั้นเล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้ เขาจึงสามารถดูออกได้อย่างง่ายดาย
แต่อาไท่ยังคงรู้สึกกังวล “เหตุใดผู้อาวุโสม่อจึงต้องปล่อยให้พวกเราเข้าไป?”
“ไม่ว่าจะเพราะอันใด รีบจัดการต้นพืชพวกนี้เสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน” ลู่เฉินตอบกลับ
อาไท่กังวลใจขึ้นมา “อย่าสัมผัสต้นหนามพวกนี้อย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นหากมันถูกกระตุ้น พวกมันจะโจมตีคนอย่างไร้เป้าหมาย เมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะหนีไม่รอด”
ฟาเทียนสงสัยขึ้นมา “ก็เป็นเพียงแค่ต้นหนาม? มีอันใดแตกต่างกันอย่างนั้นหรือ?”
อาไท่รีบอธิบายออกมาด้วยความตื่นตระหนก “ต้นหนามเหล่านี้ เดิมทีถูกแบ่งไว้รอบ ๆ แต่หากมันถูกโจมตี ก็จะโจมตีกลับไป”
“เก่งเพียงนั้นเชียวหรือ?” ฟาเทียนแปลกใจจึงปล่อยแสงทองออกไปตกลงสู่บยต้นหนามเหล่านี้
ต้นหนามเหล่านั้นดูราวกับค่อย ๆ ‘ฟื้นคืนชีพ’ ขึ้นมาทันที มันงอกขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งและพุ่งไปยังฟาเทียน
ฟาเทียนรวบรวมม่านแสงทองขึ้นมา ทว่าม่านแสงทองนั้นเมื่อถูกพุ่มหนามเหล่านั้นก็ฟาดลงมาทันทีก่อนจะแตกกระจายไปในบัดดล
เมื่อฟาเทียนเห็นว่ากำ