ลังจะถูกต้นหนามเหล่านี้กลืนกินเข้าไปนั้น ลู่เฉินก็เดินมาด้านหน้าเขา และปลดปล่อยกลิ่นอายสองชนิดออกมาจากร่างกาย หนึ่งคือกลิ่นอายอันดับหนึ่งแห่งแดนภูเขาพันวิญญาณ สองคือมารอันดับหนึ่งแห่งแดนต้องห้ามหมื่นมาร
เมื่อกลิ่นอายสองชนิดนี้ปรากฏออกมานั้น พุ่มหนามมารเหล่านี้ก็หดถอยทันทีและไม่กล้าเข้าใกล้อีก
อาไท่ตกตะลึงขึ้นมา ส่วนฟาเทียนพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ผู้อาวุโสช่างเก่งยิ่งนัก สามารถทำให้พวกมันกลัวจนถอยไปได้ทันที!”
ชายหนุ่มกลับพูดขึ้นว่า “พุ่มหนามมารเช่นนี้มีพลังมารอยู่ ขณะเดียวกันก็มีพลังวิญญาณพืชอยู่ ดังนั้นพวกมันจึงเรียกได้อีกอย่างว่าวิญญาณมารร่างคู่”
“ร่างคู่?” อาไท่รู้สึกงุนงน
ฟาเทียนก็ไม่เข้าใจเช่นกัน “ผู้อาวุโส ร่างมารคู่คือสิ่งใดกัน”
“คนส่วนมากมักจะชอบแบ่งร่างตามพลังที่แตกต่างกัน เช่น ผู้ฝึกวิถีมาร เรียกว่าร่างมาร ผู้ฝึกเซียน เรียกว่าร่างมนุษย์ ถ้าไปถึงขั้นเซียนก็เรียกว่าร่างเซียน ส่วนวิญญาณพืช หรือไม้วิญญาณ เรียกว่าว่าร่างวิญญาณ นอกจากเหล่านี้ยังมี แมลง ภูต ปีศาจ สัตว์ร้าย และอื่น ๆ อีก”
เมื่อได้ยินดังนั้น อาไท่และฟาเทียนจึงได้เข้าใจ แต่หลังจากนั้นทั้งสองก็ตกตะลึงกับการกระทำของลู่เฉิน
เห็นเพียงเมื่อเขาเดินไปยังต้นพืชเหล่านั้น พวกมันก็หวาดกลัวขึ้นมาทันยที ราวกับว่าถูกคนทำให้หวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ลู่เฉินจับเถาวัลย์เส้นหนึ่งขึ้นมา จากนั้นครู่หนึ่งเถาวัลย์เส้นนี้ก็เหี่ยวเฉ