ใดเจ้าถึงไม่เป็นไร?”
“เพราะเจ้าเป็นวิญญาณเครื่องดนตรี ไม่ว่าเจ้าจะทรงพลังแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์สำหรับข้า”
“เพราะเหตุใด?”
“เจ้าคิดอย่างไรล่ะ?” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็รวบรวมพลังแห่งแดนศาสตราวุธของเขาเอง
เมื่อพลังของลู่เฉินออกมา เยี่ยไห่โหรวก็สั่นสะท้านราวกับว่ามีผู้ชายที่น่ากลัวยืนอยู่ตรงหน้านาง
“เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดเจ้าถึงมีพลังที่น่าสะพรึงกลัว” เยี่ยไห่โหรวเริ่มตัวสั่นราวกับเห็นสัตว์ประหลาด และนางก็ไม่มีแม้แต่อารมณ์จะล้อเล่น
ลู่เฉินมองไปที่เยี่ยไห่โหรวด้วยรอยยิ้ม “อย่ากังวลว่าข้าเป็นใคร รู้เพียงว่าข้าเอาชนะเจ้าได้ง่ายมาก ดังนั้นเจ้าควรยอมจำนนด้วยตัวเอง ข้าจะได้ไม่ต้องลงมือ!”
เยี่ยไห่โหรวมองเขาด้วยรอยยิ้มหลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง “เมื่อครู่เป็นเพียงการประเมินครั้งแรกเท่านั้น”
“ครั้งแรก?”
“ใช่ จากนี้จะเป็นครั้งที่สอง” เยี่ยไห่โหรวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ลู่เฉินเดาว่าอาจจะมีครั้งที่สามหรือสี่ ดังนั้นเขาจึงส่ายหัวและพูดว่า “ข้าว่า…ข้าไม่อยากเสียเวลากับเจ้า”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็มีความคิดหนึ่ง และไข่มุกราตรีสมุทรก็ตกลงมาอยู่ตรงหน้าเขา
เยี่ยไห่โหรวงุนงง และเมื่อต้องการที่จะควบคุมไข่มุกนั้นก็พบว่าตนเองสูญเสียการควบคุมไข่มุกไปแล้ว
สิ่งนี้ทำให้เยี่ยไห่โหรวงุนงง “เป็นไปไม่ได้ ข้าเป็นเจ้าของศาสตราวุธนี้ เหตุใดข้าถึงควบคุมมันไม่ได้”
ลู่เฉินมองไปที่เยี่ยไห่โหรวด้วยรอยยิ้ม “เพราะข้าสามาร