าดสาวใช้หรือไง?”
“ข้าเป็นวิญญาณอาวุธของศาสตราวุธนี้ และข้าสามารถทำให้ศาสตราวุธมีพลังมากขึ้นได้” เยี่ยไห่โหรวพูดอีกครั้งหลังจากขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
“นี่นับเป็นหนึ่ง มีอีกไหม?”
เยี่ยไห่โหรวรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก “คุณชายน้อย ดูสิ ข้าหน้าตาเป็นอย่างไร?”
“อันใดนะ? อยากเกลี้ยกล่อมข้าหรือ?”
“ไม่ ข้าแค่คิดว่าข้าสามารถช่วยคุณชายน้อยในสิ่งที่คุณชายน้อยไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง” เยี่ยไห่โหรวหัวเราะอย่างโง่งมอีกครั้ง
ลู่เฉินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “เจ้าไม่เพียงแต่มีผิวสวยเท่านั้น แต่เจ้ายังสามารถพูดคำหวานได้อีกด้วย”
“คุณชายน้อย ข้าแค่คิดว่าเจ้าต้องการศาสตราวุธนี้ และข้าในฐานะวิญญาณอาวุธของศาสตราวุธ ไม่เพียงแต่ช่วยเจ้าใช้ศาสตราวุธนี้ได้เท่านั้น แต่ยังปลูกฝังอารมณ์อื่น ๆ ด้วยใช่หรือไม่”
ลู่เฉินส่ายหัว “ขอเหตุผลอื่นสักหน่อย”
“เจ้าเป็นผู้ชายใช่หรือไม่?” เยี่ยไห่โหรวกังวล
“ใช่ แต่ข้าได้พบกับผู้หญิงมาหลายคน สวยกว่า และน่าดึงดูดใจกว่าเจ้า” ลู่เฉินกล่าว
เยี่ยไห่ตกตะลึงทันที “คุณชายน้อย เจ้าไม่จำเป็นต้องดูถูกข้าหรอก”
“ดูถูก? นับว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่?”
“สำหรับผู้หญิงที่รักความงามคนหนึ่ง มันคือการดูถูก!” เยี่ยไห่โหรวรู้สึกหดหู่ใจมาก
“ช่วยไม่ได้ ใครให้เจ้าไม่น่าดึงดูดใจเท่าผู้หญิงคนอื่น”
เยี่ยไห่โหรวจึงจ้องมองด้วยความโกรธ แต่ในที่สุดก็ยอมพูดว่า “แล้วเจ้าต้องการอันใด?”
“เหตุใดเจ้ากับศาสตราวุธนี้ถึงอยู่ที่