ดอักขระยันต์บางอย่างไว้ด้านบนเสียก่อน จากนั้นจึงทำให้มันกลายเป็นก้อนหินสีดำก้อนหนึ่ง
แล้วชายหนุ่มก็ดูดซึมซับไอปีศาจรอบ ๆ ทำให้ก้อนหินสีดำนี้เปลี่ยนเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ จากนั้นจึงนำมันไปวางไว้ภายใน ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’
“เรียบร้อย ลืมตาได้แล้ว” ลู่เฉินมองไปยังซูฮวาอวิ๋น
ซูฮวาอวิ๋นค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เมื่อพบว่าไอปีศาจภายในร่างกายของตนนั้นหายไป ก็พลันมีสีหน้าดีใจขึ้นมา “ไม่มีแล้วจริง ๆ หรือ?”
“ถูกข้ากำจัดไป ย่อมไม่หลงเหลืออยู่แล้ว” ลู่เฉินตอบกลับ
ซูฮวาอวิ๋นพูดออกมาด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ “ผู้อาวุโส เช่นนั้นหัวใจปีศาจนี้ล่ะ?”
“ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล” พูดจบ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ซูฮวาอวิ๋นทำได้เพียงขานรับและไม่ได้พูดต่อ แต่ตามลู่เฉินออกมาด้านนอกค่ายกลด้วยกัน
เมื่อทั้งสองออกมา รอบ ๆ ค่ายกลเล็กนี้ ยังคงมีไอปีศาจบางส่วนที่ยังไม่สลายไป
ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถมองเห็นไอปีศาจภายในค่ายกลที่ภูเขาเยาเหล่าบางส่วนยังทะลักออกมา และยังเห็นปีศาจจำนวนมากวิ่งไปมาอยู่ด้านหน้าผืนป่า
ดังนั้นผู้คนจากหลาย ๆ สำนักในขณะนั้นจึงรวมตัวกันอยู่ด้านนอกค่ายกลปีศาจนี้ คอยมองดูสถานการณ์ภายในค่ายกล บางคนยังมีความสงสัยว่า “เกิดเรื่องใดขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
“หรือพวกเขาจะรู้ว่าพวกเราจะเข้าไป? ดังนั้นจึงเตรียมต่อสู้?” มีคนแปลกใจ
แต่ก็ไม่มีผู้ใดรู้ จึงได้ได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆ นานา แม้แต่ฟาเทียนและพวกเขาต่า