ของเขา
หลังจากเห็นไข่มุกของเจ้านายถูกลู่เฉินควบคุม จักจั่นอัสนีก็ตกใจ “ไม่ มันเป็นไปไม่ได้!”
“ยังจะต่ออีกหรือไม่?” ลู่เฉินมองยิ้ม
จักจั่นอัสนีได้สติกลับคืนมาก็จ้องมองชายหนุ่มและถามอย่างกระวนกระวายว่า “ต่ออันใด?”
“ข้าจะให้เจ้าเห็นพลังที่แท้จริงของไข่มุกนี้” พูดจบ ลู่เฉินก็ใช้ไข่มุกดูดซับปราณ และหลังจากดูดซับไประยะหนึ่ง ทันใดนั้นสายฟ้าอันทรงพลังก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเขา
เห็นเพียงฟ้าร้องและฟ้าผ่านี้กลายเป็น ‘ลูกบอล’ ส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ
“แข็งแกร่งเพียงนั้นเลยหรือ?” จักจั่นอัสนีตะลึง
ชายหนุ่มยิ้มพลางกล่าวว่า “ยามนี้เจ้าเชื่อหรือยังว่าเจ้านายของเจ้าให้ไข่มุกกับข้า?”
จักจั่นอัสนีลังเล ถึงอย่างไรเสียไข่มุกและวิญญาณภายในจะจำแค่เจ้านายของมันเท่านั้น แต่ตอนนี้ลู่เฉินสามารถใช้มันได้ก็หมายความว่า เขาอาจเป็นสหายของเจ้านายจริง ๆ ดังนั้นมันจึงพูดแปลก ๆ ว่า “เจ้านายของข้าขอให้เจ้ามาเอาไข่มุกนี้ไปจริง ๆ หรือ?”
“แน่นอน!”
จักจั่นอัสนีรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย “แล้วเจ้าพบเจ้านายของข้าที่ไหน?”
ลู่เฉินไม่เคยเห็นเจ้านายของมันมาก่อน ไม่ต้องพูดถึงว่าวิญญาณของเจ้านายมันสลายหายไปนานแล้ว ศาสตราวุธนี้จึงได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าจักจั่นอัสนีตัวนี้มีความรู้สึกกับเจ้านายที่ลึกซึ้งมาก
ลู่เฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าเคยพบเขา”
“แล้วเจ้านายของข้าเคยพูดถึงข้าหรือเปล่า?” จักจั่นอัสนีถามอย่างรอคอ