“ผู้อาวุโสท่านนี้กำลังทำสิ่งใดกัน?” เมื่อเห็นการกระทำของลู่เฉินที่ลงมือวาดบางอย่างหรือทำบางสิ่ง ซูฮวาอวิ๋นก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
ฟาเทียนเองก็อยากรู้เช่นกัน เพราะเขาไม่รู้จริง ๆ ว่าผู้อาวุโสกำลังทำสิ่งใดอยู่
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วยาม ลู่เฉินจึงนั่งพักที่ศาลาแห่งหนึ่ง ส่วนสวีเตาและคนที่เหลือยืนอยู่บริเวณนั้น
อย่างไรก็ตาม คนของโรงหมอต่างแปลกใจว่าลู่เฉินและคนอื่น ๆ จะอยู่ที่นี่นานเพียงใด แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายให้ทุกคนได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ คนของโรงหมอต่างก็ทำเรื่องของตนไปตามปกติ มีเพียงฟางฉีและซุนกู่ที่อยู่ภายในกระท่อมและได้รับการดูแลจากคนอื่น
สถานการณ์ดำเนินต่อไปเช่นนี้จนเวลาล่วงเข้าสู่กลางดึก ลู่เฉินพลันหันไปพูดกับสวีเตา “ไปเถิด นำทั้งสองคนนั้นมา ข้าจะทำการรักษาครั้งสุดท้ายให้พวกเขาอีกครั้ง ทำให้คนที่ควรจะตื่นได้ตื่นขึ้นมา”
สวีเตาขานรับแล้วจึงเดินออกไป
หลังจากสวีเตาออกไปแล้ว ลู่เฉินก็หันไปพูดกับฟาเทียนและซูฮวาอวิ๋น “ไปกันเถอะ ข้าจะพาพวกเจ้าไปดูคนที่สร้างเรื่องวุ่นวายนี่ขึ้นมา”
“คนสร้างเรื่องวุ่นวาย?” ทั้งสองไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร
ลู่เฉินไม่ได้พูดอันใดมากนัก แต่กลับพาทุกคนตรงไปยังสถานที่ที่ชายชราทั้งสองพักรักษาอยู่
ชายชราทั้งสองในขณะนี้ คนหนึ่งกำลังรักษาบาดแผล อีกคนหนึ่งอยู่ในอาการเสียสติ ทั้งยังหัวเราะขึ้นมาเป็นครั้งคราว
จนกระทั่งสวีเตามาถึง จึงพูดกับศิษย์บางคนที่ยืนเฝ