ิ้ว
สวีเตางงงวย “ใต้เท้า คนของสำนักเหมันต์สงัดขโมยของไปหรือ?”
“ขโมยของไปเป็นเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วพวกเขารู้ว่าข้าอยู่ที่ไหน และรู้ว่าข้ากำลังทำอันใด” เขารู้สึกว่าสำนักเหมันต์สงัดไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด
สวีเตาตกใจ “ผู้อาวุโส…หรือว่าพวกเขากำลังจับจ้องท่าน?”
“เอาล่ะ ไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ไปกันเถอะ” ลู่เฉินสงบสติอารมณ์ของตนเองและเตรียมที่จะจากไป
ทว่าก่อนออกเดินทาง เขาค้นคลังสมบัติที่นี่อีกครั้ง เมื่อจัดการจนเกลี้ยงแล้วก็ออกไปข้างนอก
ฟาเทียนและพวกทั้งสองที่อยู่ข้างนอกรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นลู่เฉินกลับมา
ในที่สุดความตึงเครียดของสวีเตาก็คลายลง
ลู่เฉินมองไปที่สวีเตาแล้วกล่าวว่า “ยังมีอีกเรื่อง”
“เรื่องอันใดขอรับ?”
เดิมทีลู่เฉินต้องการพูดตรง ๆ แต่เขากังวลว่ากำแพงมีหูประตูมีช่อง ดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เมื่อไม่กี่ปีก่อน คนของพวกเจ้าถูกชิงรากวิญญาณไปใช่หรือไม่?”
สวีเตาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดลู่เฉินถึงต้องถ่ายทอดเสียงหาเขา แต่เขาก็ตอบกลับผ่านการถ่ายทอดเสียงว่า “ใช่”
“พวกเขาอยู่ที่ไหน?”