าที่ยังไม่ได้สติแล้วเอ่ยว่า “ไป”
“ไปไหน?” สวีเตาไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน
ลู่เฉินเดินไปรอบ ๆ กับสวีเตาจนกระทั่งเขามาถึงห้องลับ หลังจากเปิดห้องลับแล้ว เขาก็เห็นว่าที่นี่มีศาสตราวุธมากมาย
เมื่อชายหนุ่มไปหาสิ่งที่เรียกว่า หม้อปรุงยาเพลิงใบเล็กตามคำพูดของผู้เฒ่าเจียง เขากลับพบว่าไม่มีอันใดอยู่ที่นั่น
สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นและถามผู้เฒ่าเจียงว่า “เจ้าไม่ได้บอกว่าหม้อปรุงยาอยู่บนชั้นนี้หรือ?”
“ใช่ ข้าเพิ่งเห็นเมื่อไม่กี่วันก่อน” ผู้เฒ่าเจียงร้อนใจแล้ว
“เจ้าแน่ใจนะว่าเห็น?”
“ใช่!” ผู้เฒ่าเจียงยืนยัน
“ถ้าอย่างนั้น ที่นี่มีอันใดอีกหรือไม่?”
“ไม่มี!” ผู้เฒ่าเจียงส่ายหัว
ความจริงจังของลู่เฉินเพิ่มมากขึ้น เขาควานหาเตาเก็บยาบนชั้นวางของ หลังจากใช้จิตสัมผัสแล้ว เขาก็พบว่าก่อนหน้านั้นมีศาสตราวุธอยู่จริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นประเภทเปลวไฟอีกด้วย
แต่เหตุใดสิ่งนี้ถึงหายไป ลู่เฉินพลันถามขึ้นว่า “ปกติแล้วใครมีคุณสมบัติที่จะมาที่นี่บ้าง?”
“มีแค่ข้า” ผู้เฒ่าเจียงตอบ
“เช่นนั้น นอกจากเจ้าก็ไม่มีใครมีคุณสมบัติที่จะมาที่นี่?”
“ใช่!”
ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งขรึมยิ่งขึ้น อีกทั้งเมื่อเริ่มค้นหารอบ ๆ แล้วก็ยังไม่พบร่องรอยใด ๆ
จนกระทั่งเขากำลังจะออกไปค้นหาก็เห็นอักขระตัวใหญ่สองสามตัวอยู่หลังประตูหิน “เอาหม้อปรุงยาไปแล้ว หากเจ้าต้องการหม้อปรุงยา มาเจอกันที่สำนักเหมันต์สงัด!”
“คนจากสำนักเหมันต์สงัด…” ลู่เฉินขมวดค