ข้าจะได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ แล้วข้าจะฆ่าเจ้าได้ ส่วนจะเกิดอันใดขึ้นต่อไปนั้น ข้าไม่รู้ เพราะข้ายอมรับด้วยพลังที่นางมอบให้ข้า แล้วข้าก็ค่อย ๆ สูญเสียความเป็นตัวเองไป!”
“โอ้ ผู้หญิง เสียงขลุ่ย?” ลู่เฉินตกอยู่ในห้วงความคิด
“ใช่!”
ลู่เฉินนึกถึงคนคนหนึ่งและพึมพำในใจ ‘นางไม่น่าจะมีชีวิตอยู่!’
บุคคลที่เขากำลังนึกถึงคือสตรีผู้มีความสามารถในกลุ่มที่เรียกว่า พันธมิตรวิถีแห่งเต๋าเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน และสตรีผู้นี้ก็มีอิทธิพลต่อจิตใจของผู้คนผ่านทางเสียง ซึ่งเสียงที่ใช้มากที่สุดคือ เสียงขลุ่ย
ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงตั้งฉายาให้นางว่า เซียนขลุ่ย
เซียนขลุ่ยผู้นี้ทำงานให้กับสำนักเหมันต์สงัดและพันธมิตรวิถีเต๋า ดังนั้นลู่เฉินจึงต่อสู้กับนางไปหลายยก ในที่สุดก็ฆ่านางได้สำเร็จ ทว่าตอนนี้นางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง นั่นทำให้ลู่เฉินต้องขมวดคิ้ว “หรือว่าจะเป็นลูกหลานสำนักเดียวกันกับนาง?”
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่รู้ ดังนั้นมีเพียงต้องจับเจ้าของเสียงให้ได้ จึงจะรู้ความเป็นมาของอีกฝ่าย
ชายหนุ่มหันไปมองผู้เฒ่าเจียงแล้วถามว่า “ถ้าเจ้าได้ยินเสียงของนางอีกครั้ง เจ้าแยกแยะมันได้หรือไม่?”
“ได้” ผู้เฒ่าเจียงตอบ
“แล้วหม้อปรุงยาเพลิงใบเล็กนั้นอยู่ที่ไหน?” ลู่เฉินยังคงถามต่อไป
ผู้เฒ่าเจียงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบออกไป
หลังจากรู้แล้ว เขาก็ขอให้ผู้เฒ่าเจียงอยู่ในกู่ฉินเพลิงโบราณต่อ ส่วนลู่เฉินดึงจิตสัมผัสกลับมา ก่อนจะมองไปยังสวีเต