กตะลึงจนตาค้าง
ส่วนลู่เฉินนั้นกำลังมองผู้เฒ่าเจียงที่ติดอยู่ภายในกู่ฉินเพลิงโบราณ เห็นเพียงว่าสติของชายชรายังชัดเจนอยู่แล้ว แต่หลังจากที่พบว่าตัวเองติดอยู่ในที่มืดก็เริ่มตื่นตระหนกทันที
ลู่เฉินพูดกับอีกฝ่ายว่า “ถ้าเจ้าไม่อยากถูกกำจัด ก็ตอบคำถามของข้าดี ๆ!”
“เจ้า เจ้าอยากให้ข้าตอบอันใด?” ชายชราถามกลับอย่างโกรธเคือง
“เสียงขลุ่ยเมื่อครู่เป็นของผู้ใด?”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร?” ชายชราดูเหมือนจะไม่รู้
“ไม่รู้?”
ชายชราพูดด้วยความโกรธว่า “เป็นเพราะเสียงนี้ ทำให้ข้าเสียสติไป!”
“โอ้? ไม่ใช่ของเจ้า?”
“ย่อมไม่ใช่!” ชายชรายืนยัน
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าได้ยินอันใดอีกนอกจากเสียงขลุ่ย?” ชายหนุ่มต้องการทราบว่าเสียงขลุ่ยนั้นมีพลังใดอีกบ้าง
แต่ชายชราต้องการเจรจาข้อตกลงกับลู่เฉิน เขาจึงเอ่ยว่า “หากข้าบอกเจ้า เจ้าจะปล่อยข้าไปใช่หรือไม่?”
“ไม่มีทาง”
“แล้วเหตุใดข้าต้องบอกเจ้า” ชายชราพูดอย่างโกรธเคือง
“เจ้าเลือกที่จะไม่บอกข้าได้ แต่อีกเดี๋ยวข้าจะทำลายจิตวิญญาณของเจ้า”
คำพูดนี้ทำให้ผู้เฒ่าเจียงโกรธ “เจ้าคิดว่าเจ้าจะขู่ข้าได้งั้นหรือ”
“เจ้าคิดอย่างไรเล่า?” คำพูดของลู่เฉินทำให้ผู้เฒ่าเจียงไม่รู้ว่าจะโต้แย้งอย่างไร
“สิบลมหายใจ หลังจากสิบลมหายใจ หากเจ้ายังไม่ตอบ ข้าจะไม่เกรงใจเจ้าแล้ว!”
คำเตือนของลู่เฉินทำให้ผู้เฒ่าเจียงกลัว “เอาล่ะ ก็ได้ มาคุยกัน!”
“พูดมา!”
“เสียงขลุ่ยนั่นมีเสียงผู้หญิง นางบอกข้าว่าตราบใดที่ข้าฟังนาง