กับว่ากำลังแบกเด็กคนหนึ่งไว้บนหลังอย่างไรอย่างนั้น
ฟาเทียนตื่นตัวทันที “เจ้าจะทำอันใด?”
“ข้าเป็นเจ้าสำนักของสำนักแมลงวิญญาณ เสวี่ยเฉิน ทว่าข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้า!” อีกฝ่ายดูเป็นมิตรมาก และใบหน้ายังประดับไปด้วยรอยยิ้ม
“แล้วเจ้าต้องการอันใด?” ฟาเทียนถามกลับ
“ข้าหรือ ข้าอยากเป็นสหายกับเจ้า แต่ดูเหมือนว่าค่ายกลของพวกเจ้าจะขวางข้าไว้” เสวี่ยเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“เป็นสหายกันหรือ?” ทั้งสองไม่อยากจะเชื่อ
เสวี่ยเฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “ข้ารู้ว่าศาสตราวุธที่เจ้าต้องการอยู่ที่ใด ให้ข้าพาเจ้าไปที่นั่นดีหรือไม่?”
ฟาเทียนยินดีขึ้นมาทันที แต่เมื่อเขานึกถึงคำสั่งของลู่เฉิน เขาก็ปฏิเสธทันที “ผู้อาวุโสบอกว่า ห้ามออกไป”
“เขา? บางทีเขาอาจติดอยู่ในนั้นก็ได้” เสวี่ยเฉินถอนหายใจขณะเอ่ย
“ติดกับดัก?” ฟาเทียนสงสัย
“ข้างในมีกับดักมากมาย และมีค่ายกลรวมทั้งเหล่าอาวุโส แต่มีข้าอยู่จะดีกว่ามาก” เสวี่ยเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
ฟาเทียนมองไปที่ตำหนักและรู้สึกกังวลเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ยุงเกราะโลหิตเตือนฟาเทียนว่า “ผู้อาวุโสบอกว่า อย่าเชื่อเขา”
“ผู้อาวุโสรู้แล้วหรือ?” ฟาเทียนประหลาดใจเล็กน้อยและสื่อสารกับยุงเกราะโลหิตตัวนี้
ยุงเกราะโลหิตบอกว่ามันได้บอกลู่เฉินแล้ว
ฟาเทียนจึงมองไปที่เสวี่ยเฉินพลางพูดว่า “ผู้อาวุโสบอกว่าอย่าเชื่อเจ้า”
“เขารู้?” สีหน้าของเสวี่ยเฉินค่อย ๆ เปลี่ยนไป
“ผู้อาวุโสมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ ดังนั้