วแขนทอง
ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองพูดอย่างหดหู่ “เจ้ามนุษย์ผู้ต่ำต้อย เจ้าต้องการทำอันใด”
“ข้าบอกแล้ว จงติดตามข้า”
“ไม่มีทาง!”
“เช่นนั้น ข้าต้องลงมือแล้วกระมัง!” สิ้นคำนั้น เขาก็หยิบศิลาวิญญาณออกมาและวาดลายเส้นสุดท้ายลงบนก้อนศิลา จากนั้นอาณาจักรวิญญาณแมลงทั้งหมดก็เปลี่ยนไป
หลังจากที่ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองเห็นว่าบริเวณโดยรอบเริ่มมืดลงก็กังวล “เกิดอันใดขึ้นที่นี่?”
“ข้าน่ะ ได้ใส่อักขระยันต์ลงไปในโลกของเจ้า และข้าคือเจ้าของที่ควบคุมค่ายกลนี้”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ปัจจุบันอันตรายเพียงใดและยังพูดว่า “ข้าบอกเจ้าแล้ว แม้ว่าเจ้าจะควบคุมอาณาจักรวิญญาณแมลงของข้า เจ้าก็ไม่สามารถทำอันใดข้าได้”
“ตอนนี้เจ้าทำให้ตัวเองอ่อนแอลงเพื่อที่จะหนีจากพื้นที่จิตวิญญาณของข้า ดังนั้นหากข้าโจมตีเจ้าในเวลานี้ และเจ้าไม่สามารถควบคุมอาณาจักรวิญญาณแมลงได้ ผลที่ตามมาจะมีเพียงสิ่งเดียว” ลู่เฉินอธิบายด้วยรอยยิ้ม
ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองยังคงไม่เชื่อ “ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะโค่นข้าลงได้!”
“ดี ประเสริฐ!”
ลู่เฉินร่ายคาถาปราบภูตผีพุ่งเข้าไปพันธนาการกับวิญญาณของตั๊กแตนตำข้าวแขนทอง ทว่าตั๊กแตนตำข้าวแขนทองก็สมแล้วที่เป็นถึงแมลงบรรพกาล มันดิ้นรนและแกว่งไปแกว่งมาสองสามครั้ง กอปรกับปีกอันทรงพลังของมันด้วยแล้ว มันจึงหลุดพ้นจากพันธนาการของลู่เฉิน
สิ่งนี้ทำให้เขาพึมพำกับตัวเองว่า “เก่งดีนี่”
“เป็นอย่างไรเ