้ก็เริ่มโจมตีกันเอง
แต่เพราะการป้องกันที่แข็งแกร่งของแมลงเหล่านี้ เมื่อมันโจมตีคู่ต่อสู้ คู่ต่อสู้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าพวกมันยังคง ‘ตื่นเต้น’ และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น โจมตีกันอยู่อย่างนั้น
แมลงอมตะร้อนรนจึงเอ่ยถามว่า “เจ้าทำอันใดกับพวกมัน?”
“ตอนนี้พวกมันมองไปไหนก็ราวกับว่าเห็นเป็นหน้าข้า ดังนั้นพวกมันจึงโจมตีข้า” ลู่เฉินยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“อันใดนะ!” แมลงอมตะตกใจ พลันรู้สึกต้องการให้แมลงเหล่านี้ถอยออกไป แต่พวกมันบ้าคลั่งไปแล้วจึงไม่ฟังคำสั่งแมลงอมตะอีกเลย
ฉากนี้ทำให้ซูฮวาอวิ๋นตกใจ “แค่วาดอักขระยันต์ และเพิ่มหญ้าลวงตา มันน่ากลัวได้เพียงนี้เชียวหรือ?”
สวีเตาถอนหายใจ “เขาเป็นยอดฝีมือในเมืองฮวาเทียนของเจ้ากระมัง”
“เขาไม่ใช่คนเมืองฮวาเทียน” ซูฮวาอวิ๋นส่ายหัวและพูดตอบ
สวีเตาไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะไม่ใช่คนเมืองฮวาเทียน ส่วนแมลงอมตะตัวนั้นกำลังคลุ้มคลั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลู่เฉินใช้ประโยชน์จากแมลงที่กำลังบ้าคลั่งเอาชนะพวกมันทีละตัว
เห็นเพียงชายหนุ่มคว้ายุงเกราะโลหิตและดูดซับพลังของมันอย่างบ้าคลั่ง ทำให้มันตัวแห้งเหือด นอกจากนี้ พลังที่มีอยู่ในแมลงนี้ก็ทรงพลังอย่างมาก แม้แต่ลู่เฉินก็ยังพบพลังที่ค่อนข้างโบราณอยู่ในแมลงเหล่านี้
“มีพลังหนึ่งในหมื่นของแมลงบรรพกาลหรือ?”
แมลงบรรพกาลเป็นแมลงที่มีพลังในยุคโบราณที่ไม่เหมือนผู้ใด และนั่นเป็นยุคสมัยที่โบราณเก่าแก่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะพบความส