าและพูดว่า “อืม”
“เอามาให้ข้า”
ซูฮวาอวิ๋นหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาโดยไม่ลังเลและโยนมันออกไป
ขวดเล็ก ๆ พุ่งไปที่มือของเขาทันทีด้วยการควบคุมของลู่เฉิน
แมลงอมตะในความมืดเอ่ยล้อเลียน “เจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่คิดว่าเจ้าจะทำให้แมลงพวกนี้เป็นอัมพาตได้ด้วยหญ้าลวงตากระมัง?”
ทว่าลู่เฉินก็ยังไม่คิดจะสนใจอีกฝ่าย
สิ่งนี้ทำให้แมลงอมตะเย้ยหยันทันที “เอาล่ะ เจ้าเป็นบ้าต่อไปเถอะ”
สวีเตามองไปที่ซูฮวาอวิ๋น “หญ้าลวงตามีฤทธิ์อย่างไรหรือ?”
“เมืองฮวาเทียนของเรามักใช้มันเพิ่มลงในวัสดุวาดภาพเพื่อให้ภาพวาดมีความสมจริงมากขึ้น” ซูฮวาอวิ๋นอธิบาย
“หรือว่าเขาต้องการวาดภาพ” สวีเตารู้สึกสับสน
“ไม่ เขาไม่ได้วาดภาพธรรมดา แต่วาดอักขระยันต์” ซูฮวาอวิ๋นรู้จักภาพวาดเป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อเห็นสิ่งนี้ เขาก็รู้แล้วว่าลู่เฉินกำลังวาดวาดอักขระยันต์
ทว่าซูฮวาอวิ๋นไม่เคยเห็นอักขระยันต์เช่นนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าอักขระยันต์ของลู่เฉินจะสามารถจัดการกับแมลงเหล่านี้ได้หรือไม่
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ลู่เฉินก็ปัดมือไปมาพลางมองไปยังแมลงที่ ‘ฆ่าไม่ตาย’ เหล่านี้แล้วยิ้ม “เล่นกันเองให้สนุก”
เล่นกันเอง?
ทุกคนไม่รู้ว่ามันหมายถึงสิ่งใด แต่ไม่นานหลังจากนั้น ครั้นลู่เฉินใส่พลังวิญญาณเข้าไปในอักขระยันต์บนพื้น แสงสีทองก็พุ่งออกมาจากพื้นทันที ยุงเกราะโลหิตที่อยู่ใต้แสงสีทองก็ดูเหมือนจะสูญเสียสติสัมปชัญญะและเริ่มอาละวาดขึ้นมา
ขณะเดียวกัน แมลงเหล่านี