้องเป็นผู้นำทาง ส่วนฟาเทียนนั้นไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ดังนั้นลู่เฉินจึงได้แต่รอต่อไปใน ‘สำนักไร้สุญญะ’
สำหรับคนของขุมอำนาจและสำนักใหญ่ ๆ พวกเขาเล่าเรื่องการต่อสู้ของลู่เฉินและมนุษย์หินเมื่อครู่ให้ฟัง ทำให้ทุกคนพูดคุยกันอย่างเผ็ดร้อน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ถูฉีพาลู่เฉินออกไปนอกเนินเขาเล็ก ๆ แล้ว เขาก็ชี้ไปที่ปากถ้ำและพูดว่า “ที่นี่แหละ!”
ชายหนุ่มมองไปที่ทางเข้าถ้ำ และเห็นว่ามันถูกสลักด้วยอักขระโบราณ ‘ถ้ำศิลาอมตะ’
ถูฉีพลันเอ่ยขึ้นว่า “เอ่อ ท่านว่า…ข้าไปได้หรือยัง?”
“อย่ารีบร้อน จงเล่าเรื่องมนุษย์หินให้ข้าฟังต่อ”
“ข้าบอกท่านทุกอย่างที่ข้ารู้แล้ว ข้าไม่รู้อันใดแล้วจริง ๆ”
“เช่นนั้นก็เข้าไปกับข้า”
ถูฉีตกใจกลัวทันที “ว่ากันว่ามีเขาวงกตและไอปีศาจอยู่ข้างใน พวกเราไม่ควรเข้าไป!”
“ไอปีศาจ?”
“ใช่!”
“วางใจ มีข้าอยู่ ไอปีศาจจะไม่เข้าร่างเจ้า” คำพูดของลู่เฉินทำให้ถูฉีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ชายหนุ่มไม่พูดต่อ ทว่าพาถูฉีเข้าไปในถ้ำด้วยกัน
ถูฉีเดินตามหลังลู่เฉินอย่างระมัดระวังจนกระทั่งเห็นไอปีศาจเปล่งแสงสีม่วงจาง ๆ ส่องเข้ามาในถ้ำ เขาก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ “นายท่าน ดูสิ พวกนั้นล้วนคือไอปีศาจ”
“อย่ากังวล ไอปีศาจเหล่านี้จะเข้าร่างข้าเท่านั้น ไม่ไปหาเจ้า”
หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็ใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อรวบรวมไอปีศาจเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายของเขา
ดังนั้นถูฉีจึงอยู่ข้างหลัง และเขาก็ไม่ได้เผชิญ