ชายชราหัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
“ค่ายกลนี้ไม่ได้มีผลอันใดกับข้ามากนัก” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็เดินไปที่ทางเข้าศาลบรรพชนด้วยตนเอง จากนั้นก็หายไปที่นั่นทันที
ทุกคนตกตะลึง
หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันมองไปที่ฝูงชน “พวกเจ้ารอที่นี่ ข้าจะเข้าไป”
ทุกคนรับคำ แต่ฟาเทียนยังสงสัยและถามทุกคนเกี่ยวกับศาลบรรพชนนี้
ส่วนลู่เฉินนั้น หลังจากเข้ามาแล้ว เขาก็เห็นทางเดินสายยาว และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่รอบ ๆ ซึ่งดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
หัวหน้าหมู่บ้านตามมาและแนะนำว่า “นี่คือห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลเรา”
“ชนเผ่าของพวกเจ้าอยู่ที่ป่าอาทิตย์อัสดงมานานเท่าใดแล้ว?”
“อย่างน้อยก็หลายหมื่นปีแล้วกระมัง”
ลู่เฉินรู้สึกสงสัย “แล้วเหตุใดประชากรถึงมีไม่มาก?”
“หนึ่งคือการเผชิญกับการคุกคามของกองกำลังหรือเหล่าสำนัก อีกประการหนึ่งคือการหลงทางในป่าอาทิตย์อัสดงแล้วเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรปีศาจ หรือไม่เช่นนั้นก็ติดอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง และสำหรับอย่างที่สาม นั่นคือพวกเราทุกคน อย่างมากที่สุดก็อยู่ได้เพียงห้าพันปี หลังจากห้าพันปี จิตวิญญาณของเราจะอ่อนแอจนกระทั่งสลายไป”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น “ห้าพันปี?”
“ถูกต้อง ห้าพันปีเป็นขีดจำกัด ดังนั้นนี่จึงเป็นคำสาปของหมู่บ้านคนตาบอดของเรามาโดยตลอด” ชายชราหัวหน้าหมู่บ้านอธิบาย
ลู่เฉินรู้สึกงงงวย “คำสาป? เป็นตั้งแต่กำเนิด? หรือสัมผัสอันใดบางอย่าง?”
“ตั้