หนานลัวรู้สึกกังวล แต่ลู่เฉินกลับเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “ภูตชั้นต่ำนี้ ยังกล้ามาอาละวาดต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ?”
จากนั้นไอภูตผีรอบกายลู่เฉินจึงรวมเข้าด้วยกัน กระทั่งรวมเป็นโซ่ตรวนพันรัดภูตตาเดียวนี้ไว้ในที่สุด
ภูตตาเดียวรู้สึกเจ็บปวดจนกรีดร้องออกมา แต่ร่างกายนั้นไม่สามารถขยับได้ พระสนมซูจึงพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “เจ้าหนุ่ม ของพวกนี้คืออันใดกัน?”
“สิ่งนี้เรียกว่าคำสาปภูต ใช้เพื่อกำราบพวกภูตผีโดยเฉพาะ!” ลู่เฉินยิ้ม
พระสนมซูไม่รู้ว่าคำสาปภูตคือสิ่งใด แต่นางต้องการที่จะเพิ่มพลังเข้าไป เพื่อให้ภูตตาเดียวสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของลู่เฉินได้ แต่นางคิดไม่ถึงว่าพลังของตนเองนั้นจะไม่สามารถช่วยภูตตาเดียวนี้ได้
ในทางกลับกัน ภูตตาเดียวนี้กลับตัวเล็กลงเรื่อย ๆ จนหายไปในที่สุด
“เป็นไปได้อย่างไร!” พระสนมซูพูดอย่างร้อนใจ หนานเหยาจึงหัวเราะขึ้นมา “ภูตพวกนี้ของท่าน เมื่ออยู่ต่อหน้าอาจารย์ข้าแล้วย่อมไร้ประโยชน์!”
พระสนมซูไม่พอใจ จึงพูดด้วยความร้อนใจขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดเท่านั้น! เหตุใดจึงสามารถกำราบมันได้?!”
“เหตุใดจึงต้องตอบเจ้า?” ลู่เฉินกางฝ่ามือทั้งสองออกเพื่อดูดซึมซับไอภูตผีรอบ ๆ
พระสนมซูจึงตกตะลึงขึ้นมา “เจ้า แท้จริงแล้วเจ้าก็คือผู้ฝึกฝนวิถีภูตผี!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานลัวจึงสูดหายใจเข้าเต็มปอด “เขาคือผู้ฝึกตนสามวิถี?”
“นิ่งไว้!” หนานเหยาเอ่ยปลอบหนานลัว
แต่สำ