หรับหนานลัวที่เห็นเช่นนี้เป็นครั้งแรกนั้นรู้สึกตกใจขึ้นมาเล็กน้อย ส่วนลู่เฉินหันไปพูดกับพระสนมซูว่า “ควรจะจบแล้วเสียแล้ว?”
“จบ? เจ้าคงไม่คิดว่าเจ้ากำราบมันได้แล้วจะจบเช่นนี้?” พระสนมซูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ว่าอย่างไร? ยังมีวิธีอื่นหรือ?”
พระสนมซูพูดด้วยความมั่นใจ “ค่ายกลนี้ จำเป็นต้องเปิดจากด้านนอก และคนด้านนอกนั้นหากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า พวกเขาก็ไม่สามารถเปิดค่ายกลนี้ได้ ดังนั้นพวกเจ้าจึงทำได้เพียงถูกขังอยู่ที่นี่ต่อไป จนกระทั่งถูกไอภูตผีเหล่านี้กลืนกินไปจนหมดสิ้น!”
“พูดเรื่องค่ายกลกับข้า? เจ้าไม่คิดว่าเจ้ายังอ่อนหัดไปหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม แต่พระสนมซูตอบกลับด้วยความลำพองใจ “ค่ายกลนี้ เป็นสิ่งที่อาจารย์ของข้าซึ่งเป็นปรามาจารย์ค่ายกลอันดับหนึ่งแห่งแดนทักษิณาส่งต่อให้ข้า และจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีขั้นแปลงเซียนผู้ใดสามารถทำลายได้ ยิ่งเจ้าที่เป็นเพียงขั้นสร้างฐานก็แทบไม่ต้องเอ่ยถึง!”
“เช่นนั้น เจ้าจงดูให้ดี!” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
ทว่าพระสนมซูยังคงไม่คิดว่าลู่เฉินจะสามารถทำเช่นนั้นได้