ไปรอบ ๆ และหัวเราะอย่างเย็นชา “ข้าจะให้เขาออกมารักษาข้า!”
หลังจากพูดจบ จู่ ๆ โซ่สีดำจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นบนเกี้ยว และพวกมันพุ่งไปยังบริเวณโดยรอบ จากนั้นโซ่สีดำเหล่านี้ก็กะพริบวิบวับ
ครู่ต่อมา ค่ายกลโดยรอบก็ดูเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
คนผู้นี้ก็คือลู่เฉิน
เห็นเพียงลู่เฉินโบกมือ โซ่ทั้งหมดก็ตกลงพื้น จากนั้นเขาก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เคล็ดวิชาโซ่วิญญาณทลายค่ายกล!”
ทหารรักษาการณ์ยืนคุ้มกันทันที ส่วนพระสนมซูที่อยู่ในเกี้ยวก็ยิ้มแปลก ๆ ออกมาทันทีที่เห็นลู่เฉินปรากฏตัว “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้จักเคล็ดวิชาโซ่วิญญาณทลายค่ายกลของข้า เช่นนั้นเจ้าก็น่าจะรู้ว่าข้าสามารถทำลายค่ายกลของเจ้าได้!”
“เคล็ดวิชาโซ่วิญญาณทลายค่ายกลสามารถทำลายค่ายกลของข้าได้ แต่หากไม่มีโซ่เหล่านี้ เจ้าก็ไม่ใช่อันใดทั้งนั้น!” หลังจากลู่เฉินพูดจบก็โบกมือขึ้น โซ่เหล่านี้ก็พลันหลอมรวมกัน
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อลู่เฉินคว้าโซ่เหล่านี้ไว้ด้วยมือข้างเดียว ก็มีเสียงกรีดร้องแปลก ๆ ดังมาจากโซ่
ทุกคนต่างสับสน สงสัยว่าเสียงที่อยู่ภายในโซ่นั้นคืออันใด
หนานเหยามองดูด้วยความสงสัยมากยิ่งขึ้น
ทว่าพระสนมซูกลับกรีดร้องอยู่บนเกี้ยว เห็นได้ชัดว่าการที่โซ่ขาดนั้นได้ส่งผลกระทบต่อนาง ดังนั้นนางจึงพูดด้วยความโกรธว่า “พ่อหนุ่ม ข้าจะสู้กับเจ้าให้ตายไปข้าง!”
จากนั้นสิ่งต่าง ๆ ก็พลันเปลี่ยนไป
เมื่อเห็นฉากโดยรอบ