ของอีกฝ่ายขยับได้
มู่ตู๋ซาจึงหัวเราะ “นั่นเป็นเพราะพวกเราต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อทำให้กำแพงมั่นคง”
“โอ้? มั่นคงแล้วหรือยังเล่า?” ลู่เฉินยิ้มให้มู่ตู๋ซา
มู่ตู๋ซามองไปที่ถูอิ่นซา และถูอิ่นซาก็เอ่ยอย่างเชื่อมั่นว่า “วางใจ ถ้าเขาใช้เคล็ดวิชาลับตอนนี้ มันต้องล้มเหลวแน่นอน!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มู่ตู๋ซาก็มีท่าทางพึงพอใจ “พ่อหนุ่ม เจ้าได้ยินหรือไม่? เคล็ดวิชาลับของเจ้าไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ที่นี่!”
“พูดยาก ถ้าพวกเจ้าสังหารข้าไม่ได้ด้วยกระบวนท่าเดียว แล้วข้ามีโอกาสหลบหนีได้เล่า?” ลู่เฉินเพียงมองมู่ตู๋ซานิ่ง ๆ ขณะที่มู่ตู๋ชาก็เอ่ยเย้ยหยันว่า “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่มีวันให้เจ้ามีโอกาสหนี!”
หลังจากพูดจบ มู่ตู๋ซาก็มองไปที่ถูอิ่นซา “เจ้าประคองไว้ ข้าจะฆ่าเขา!”
“อืม!” ถูอิ่นซายืนอยู่ที่นั่นพลางประคองกำแพงโดยรอบต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้ามา ส่วนถูอิ่นซาก็เดินเข้ามาทีละก้าว ก่อนจะหยุดห่างจากลู่เฉินห้าก้าว จากนั้นก็รวบรวมปราณไม้ขนาดมหึมา
ไม่เพียงเท่านั้น ปราณไม้พลันกลายเป็นเข็มปราณไม้ที่แหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วน และเข็มเหล่านี้ก็มีขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
“พ่อหนุ่ม เจ้ารู้ไหมว่าคาถาของข้าทรงพลังแค่ไหน” มู่ตู๋ซาขู่
ครั้นได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็เอ่ยว่า “ก็แค่เข็มบินไม่ใช่หรือ? มันจะทรงพลังแค่ไหนกันเชียว!”
“ไม่! นี่ไม่ใช่เข็มบินธรรมดา แต่ถูกเปลี่ยนมาจากปราณที่ทรงพลั