“หากเจ้าไม่เหมือนเงา เจ้าจะวิ่งไปรอบ ๆ ได้หรือ?” ลู่เฉินยิ้มอย่างชั่วร้าย ขณะที่ถูอิ่นซาพูดด้วยความโกรธ “เจ้ารอเก็บศพของพวกเขาเถิด!”
หลังจากพูดจบ ถูอิ่นซาก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมา ทันใดนั้นก้อนหินจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นบริเวณรอบ ๆ นี้ ในขณะที่หนานเหยาและหนานลัวตะคอกออกมาว่า “ไปตายซะ!”
ไม่เพียงแค่นั้น มู่ตู๋ซายังยิงเข็มบินพิษจำนวนนับไม่ถ้วนออกไปอีกด้วย
ไม่ว่าหนานเหยาและหนานหลัวจะทรงพลังเพียงใด พวกเขาก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนทั้งสองคนได้ ดังนั้นยามที่พวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังจะตาย แสงสีทองก็ปกคลุมพวกเขาอยู่กลางอากาศ
เข็มบินและหินเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่เกราะป้องกันสีทอง ก่อนจะกระเด็นกระดอนออกไปทีนิด
“นี่มัน…!” มู่ตู๋ซาและถูอิ่นซาตกตะลึง
หนานเหยาดีใจขึ้นมาทันที “เห็นหรือยัง? ไม่ว่าเจ้าสองคนจะน่ารังเกียจแค่ไหน ไม่ว่าเจ้าจะมีอำนาจมากแค่ไหน เจ้าก็สู้ค่ายกลของท่านอาจารย์ข้าไม่ได้”
ถูอิ่นซาพูดอย่างอาฆาตว่า “นางตัวเหม็น ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่าข้ามีพลังแค่ไหน!”
จากนั้นทั่วร่างของถูอิ่นซาก็มีแสงสีน้ำตาลสว่างวาบ และครู่ต่อมา หลุมขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใต้ดินระหว่างหนานเหยาและหนานลัว พวกเขาทั้งสองที่เชื่อมเกราะป้องกันสีทองเข้าด้วยกันจึง ‘ตก’ ลงไปพร้อมกัน
ทว่าทั้งสองทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่ก้อนหินจำนวนนับไม่ถ้วนก็พลันตกลงมาจากเหนือหัวของพวกเขา ราวกับว่ากำลังจะ ‘ฝัง’ พวกเขาอย่างไ