ละทหารยามเกราะดำที่เสียชีวิตไปบางส่วนออกไปจากที่นี่
หนานลัวยังดูแลทหารยามเกราะดำที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในขณะที่ผู้ที่มุงดูอยู่ด้านนอกต่างก็ออกไปทีละคนหลังจากไม่มีสิ่งใดให้ดู ส่วนหนานเหยาก็จ้องเขม็งไปที่ลู่เฉิน และพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านอาจารย์ ท่านจะทำอย่างไรต่อไป?”
“ยังพอมีเวลา รอให้ปลากินเหยื่อก่อน”
“พวกเขายังกล้ามาอีกหรือ?” หนานเหยารู้สึกว่าหลังจากความวุ่นวายดังกล่าวจบสิ้น มือสังหารทั้งเจ็ดน่าจะไม่กล้ามาที่นี่อีกแล้ว แต่ลู่เฉินกลับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเขาต้องอยากลองอีกครั้งแน่”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินยังคงเสริมความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลต่อไป ในขณะที่หนานเหยาติดตามเขาไปด้วย
ส่วนหนานลัว เขาจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของลู่เฉินราวกับสัตว์ประหลาด
…
ในหมู่บ้านอู๋เสวี่ย เฮยเม่ยรออยู่ที่นั่นอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งหลิงหั่วซาและวิญญาณหลักทั้งสองหนีกลับมา เฮยเม่ยก็ถึงกับตกใจ “ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง พวกท่าน!”
หลิงหั่วซาบ่น “เหตุใดเจ้าไม่บอกข้าว่าเจ้าหนุ่มนั่นวางค่ายกล และสามารถควบคุมศาสตราวุธของผู้อื่นได้?”
หลิงสุ่ยซาเองก็ไม่พอใจเช่นกัน
เฮยเม่ยพูดอย่างกระวนกระวายว่า “ข้าอยากจะบอกทั้งสองท่านก่อนหน้านี้ แต่ท่านทั้งสองรีบไปที่จวนหนานลัวและไม่ฟังคำแนะนำของข้า ดังนั้น…”
หลิงหั่วซาโกรธมากจนพูดอันใดไม่ออก ในขณะที่หลิงสุ่ยซามองไปที่เฮยเม่ย “บอกทุกอย่างที่เจ้ารู้มา!”
เฮยเม่ยไม่มีทางเลือกนอกจากเล่าเรื่องกา