รต่อสู้กับลู่เฉินและสิ่งที่เกิดขึ้นในแดนศักดิ์สิทธิ์
หลังจากได้ยินเรื่องราวทั้งหมด หลิงหั่วซาก็มีสีหน้าดูไม่ได้ “อันใดนะ? พ่อหนุ่มคนนี้ทำเป็นหลายอย่าง?”
เฮยเม่ยพยักหน้า “ไม่กลัวพิษ ไม่กลัวยาเม็ด ไม่กลัวศาสตราวุธ ไม่กลัวค่ายกล…”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ เฮยเม่ยก็ไม่รู้จะพูดอันใดต่อ แต่หลิงหั่วซาก็กัดฟันด้วยความโกรธแค้น ขณะที่หลิงสุ่ยซาพูดอย่างเย็นชาว่า “ดูเหมือนว่าต้องให้พี่ห้าปรากฏตัวแล้ว!”
เฮยเม่ยงงงวย “พี่ห้า?”
“ข้าคือพี่หก เขาคือพี่เจ็ด และก่อนหน้านี้มีอีกห้าคน” หลิงสุ่ยซาอธิบาย
“พวกเขามาแล้วหรือ?” เฮยเม่ยถามอย่างสงสัย และหลิงสุ่ยซาก็อธิบายว่า “ห้าคนแรกนั้นเป็นคนลึกลับ แต่พวกเขาลงจากภูเขามาพร้อมกับพวกเรา และบางทีพวกเขาอาจอยู่ใกล้เจ้าหนุ่มนั่น และเตรียมพร้อมที่จะโจมตีได้ทุกเมื่อแล้ว”
เฮยเม่ยสงสัย “ถ้าอย่างนั้นข้าควรไปต้อนรับพวกเขาหรือไม่?”
“ไม่ต้อง เมื่อพวกเขาปรากฏตัว พวกเขาจะพาเด็กคนนั้นมาหาเจ้าแน่นอน” หลังจากที่หลิงสุ่ยซาพูดจบ เขาก็พูดกับหลิงหั่วซาว่า “พวกเราไปพักผ่อนกันเถอะ”
“อืม” หลิงหั่วซาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเงียบไป
ส่วนเฮยเม่ยเองก็ไม่มีทางเลือกนอกจากรอ
…
ในจวนหนานลัวกำลังยุ่งวุ่นวาย แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทหารยามเกราะดำที่รู้สึกอ่อนแอนั้นบางคนถึงกับหมดสติไป หนานลัวถึงกับตกใจขึ้นมา ส่วนหนานเหยายิ่งงงงวยมากขึ้น “เกิดอันใดขึ้น?”
“คนเหล่านี้หมดสติไปเพราะเหตุใดไม่รู้” หนานลัวรู้สึกงง