อง’ นั่นก็คือเม็ดยาเหล่านี้ราวกับดอกไม้ไฟที่กำลังบินไปรอบ ๆ แต่พวกมันไม่ได้ส่งผลคุกคามต่อดอกไม้และต้นไม้ที่อยู่รอบ ๆ แม้แต่น้อย ไม่ต้องพูดถึงค่ายกลเสียด้วยซ้ำ
“นี่มัน เกิดอันใดขึ้น?” หลิงหั่วซาตกใจ
คนอื่น ๆ ต่างก็มองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าเกิดอันใดขึ้นในตอนนี้ แต่หนานเหยากลับรู้สึกตื่นเต้น “อาจารย์ของข้าต้องจัดการเม็ดยาพวกนั้นแล้วแน่ ๆ!”
“จัดการเม็ดยาพวกนั้นหรือ” หนานลัวอยากรู้ว่าลู่เฉินที่อยู่ข้างในนั้นจัดการเม็ดยาพวกนี้ได้อย่างไร
แต่ทั้งหมดนี้มีเพียงลู่เฉินเท่านั้นที่รู้ เพราะเขาเพิ่งเปิดใช้งาน ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ และดูดซับสารในเม็ดยา ทำให้ยานั้นไร้ผล ดังนั้นเม็ดยาเหล่านั้นจึงเป็นเพียง ‘เปลือกเปล่า’
และเพราะเหตุนี้ ยาเหล่านั้นจึงไม่มีผลอันใด และย่อมไม่ทำให้เกิดพลังระเบิด
แต่หลิงหั่วซาโกรธจัดพลางถามลู่เฉินว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าทำอันใดลงไป?!”
ผู้ชมที่อยู่ข้างนอกก็อยากรู้เช่นกัน ท้ายที่สุดแล้ว การกระทำของลู่เฉินช่างน่ากลัวยิ่งนัก ส่วนลู่เฉินก็เพียงยิ้มและมองดูหลิงหั่วซา “ข้าจะไม่เงยหน้ามองผู้อื่น ดังนั้นเจ้าลงมาเถิด”
ทันใดนั้น ทุกคนก็พลันได้เห็นฉากที่น่าสะพรึงกลัว
นั่นคือท้องฟ้าในจวนหนานลัวมืดลงอย่างกะทันหัน จากนั้นพันธนาการนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ามาพันรอบหลิงหั่วซา และดึงทั้งร่างไปทางลานบ้านจนเกิดเสียงดัง ‘กึก’ และทำให้เขาต้องคุกเข่าอยู่ต่อหน้าค่ายกล
“นี่…” ทุกคนตกพลันตะลึง
หลิงสุ่ยซาตระหนั