่อครู่ เราได้เพิ่มเม็ดยาคงสภาพเข้าไปในคาถาแล้ว!”
เมื่อได้ยินว่ามีเม็ดยาคงสภาพ ทุกคนก็เบิกตากว้าง ส่วนหนานเหยาเอ่ยสาปแช่ง “น่ารังเกียจ เจ้าถึงกับใช้เม็ดยาคงสภาพ!”
หลิงหั่วซายิ้มแปลก ๆ “สาวน้อย พวกเราคือมือสังหารที่พูดถึงแต่ผลลัพธ์ ไม่ใช่วิธีการ!”
“เจ้า!” หนานเหยาตื่นตระหนก และหลังจากที่หลิงหั่วซาแสยะยิ้ม เขาก็เดินไปรอบ ๆ รูปปั้นหิน ก่อนจะมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เห็นหรือไม่ว่าแม้แต่เฮยเย่าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเรา ดังนั้นเจ้ายังคิดว่าตัวเองมีวิธีอันใดดี ๆ หรือไม่”
“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าสนใจเพียงผลลัพธ์เท่านั้น ไม่ใช่ขั้นตอนใช่หรือไม่” ลู่เฉินมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม ส่วนหลิงหั่วซาก็ตอบว่า “แน่นอน!”
“ได้ อีกเดี๋ยวอย่าหาข้าว่าใจร้ายหรือเป็นคนถ่อยเล่า” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
หลิงหั่วซาหัวเราะเมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงพูดเล่นอยู่ในเวลานี้ “เจ้าหนุ่ม ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาใช่หรือไม่?”
“มาเถิด” ลู่เฉินมองหลิงหั่วซาด้วยรอยยิ้ม ขณะที่หลิงหั่วซาเพียงยิ้มเย้ยหยัน “เอาล่ะ วันนี้ข้าจะบอกให้รู้ว่าข้าทรงพลังเพียงใด”
หลังจากพูดจบ หลิงหั่วซาก็เรียก ‘วิหคเพลิง’ ออกมาอีกครั้ง จากนั้น ‘วิหคเพลิง’ เหล่านี้ก็พุ่งเข้าหาลู่เฉินทีละตัว แต่เมื่อทุกคนคิดว่าลู่เฉินจะถูก ‘วิหคเพลิง’ เหล่านี้โจมตี พวกมันก็ราวกับชนเข้ากับบางสิ่ง
จากนั้นทุกคนก็เห็นประกายไฟพุ่งออกมา ทว่าพวกมันไม่สามารถสัมผัสชายหนุ่มได้
ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกใจ