และพวกเขาต่างก็อยากรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ส่วนหนานเหยาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “อาจารย์ ค่ายกลของท่านแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
ค่ายกล?
ตอนนั้นเองที่ทุกคนรู้ว่ามีค่ายกลก่อตัวขึ้นรอบ ๆ ลู่เฉิน ส่วนหลิงหั่วซาก็พูดอย่างหน้าไม่อายว่า “เจ้าหนู เมื่อครู่นี้ข้าประมาทเอง!”
“อ้อ? ประมาทหรือ?” ลู่เฉินยิ้มแปลก ๆ
หลิงหั่วซาไม่ยอม เขารียก ‘วิหคเพลิง’ ออกมาอีกครั้ง คราวนี้มันมีขนาดใหญ่กว่าเดิม ในขณะเดียวกัน แรงกดดันของมันก็แตกต่างออกไป
“เจ้าหนุ่ม ลองสัมผัสมันให้ดี” หลิงหั่วซารู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย ดังนั้นหลังจากเพิ่มความแข็งแกร่ง เขาก็โจมตีออกไปเต็มแรง และหลังจากที่ ‘วิหคเพลิง’ เหล่านั้นโจมตีค่ายกลไปทีละตัว พวกมันก็ยังพ่นไฟออกมา แต่ก็ยังไม่อาจทำร้ายลู่เฉินได้
มีคนรอบข้างหลายคนที่เอ่ยถกเถียงกัน
“ทำ…ทำไมถึงมีค่ายกลที่ทรงพลังเช่นนี้!”
“ว่ากันว่าคนผู้นี้เชี่ยวชาญค่ายกล!”
“ใช่ ครั้งก่อนที่เขาอยู่ที่สำนักเก้าสุขสงบ เขาก็ใช้ค่ายกลเพื่อกวาดล้างสำนักนับไม่ถ้วน!”
“ไม่เพียงแค่นั้น ข้าได้ยินมาว่าในแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด พวกเขาใช้ค่ายกลเพื่อจัดการกับคนจำนวนมาก!”
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนต่างก็สงสัยว่าลู่เฉินเป็นใคร และเหตุใดเขาจึงมีวิชาค่ายกลที่ทรงพลังเช่นนี้ ส่วนเฮยเม่ยนั้น ใบหน้าของบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้แล้ว “ให้ตายเถอะ!”
หลิงหั่วซายังไม่ยอม เขาหยิบศาสตราวุธวิญญาณออกมา ทำให้ทุกคนตื่นตกใจเมื่อเห็นมัน!