มาหลายปีแล้ว และเจ้าเป็นคนเดียวที่สามารถทำลายค่ายกลของข้าได้อย่างง่ายดาย! และเจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน!”
“โอ้?” เขาไม่คาดคิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีน้ำเสียงเช่นนี้ ภูตเฒ่าเน่ยเจิ้นยิ้มหลังจากที่รู้สึกตัว “ข้าจะรอ หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!”
สิ้นเสียงนั้น ภูตเฒ่าเน่ยเจิ้นก็พลันหายไป
หนานกงมู่ที่อยู่บน ‘หอสังเกตการณ์’ ได้แต่ฮึดฮัดงุ่นง่าน “เจ้าภูตเฒ่าเน่ยเจิ้นนี่ หมายความว่าอันใด?”
“ภูตเฒ่าเน่ยเจิ้น อุทิศทั้งชีวิตเพื่อศึกษาค่ายกล และมีข่าวลือว่าการศึกษาของเขาในเรื่องค่ายกลนั้นถึงขั้นกลายเป็นปีศาจ” เฮยเม่ยค่อย ๆ วิเคราะห์ เมื่อหนานกงมู่ได้ยินคำพูดนี้ก็กลอกตา “เจ้าหมายความว่า?”
“ความหมายของข้าง่ายมาก เขาต้องการวัดความรู้ค่ายกลตัวต่อตัวกับเจ้าหนุ่มนี่” เฮยเม่ยตอบ
สายตาของหนานกงมู่ฉายแววเย็นชา “เสียเวลาเปล่าจริง ๆ!”
“ดูเหมือนว่าแปดเทือกเขานี้จะใช้การไม่ได้แล้ว” สีหน้าของเฮยเม่ยดูย่ำแย่ ขณะที่หนานกงมู่เย้ยหยันว่า “เจ้าคงไม่คิดว่าแปดเทือกเขานี้เรียบง่ายเพียงนั้นกระมัง?”
“มีคำถามอันใดอีกหรือ?”
“แปดเทือกเขาถูกปิดกั้นด้วยสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว และสิ่งนี้เรียกว่าซากศพแปดหน้า!”
“ซากศพแปดหน้า?” เฮยเม่ยดูงงงวย ส่วนหนานกงมู่ที่อยู่บน ‘หอสังเกตการณ์’ ได้เห็นฉากอันน่าทึ่ง นั่นคือเงาที่ทะยอยบินออกมาจากแปดเทือกเขาทีละตน
เงานั้นรวมกันกลายเป็นยักษ์ขนาดย่อม
ยักษ์ขนาดย่อมนี้มีแปดหน้า และตัวของมัน