์ปีศาจพวกนี้?”
“ท่วงทำนองสัตว์ร้ายระดับที่สาม สามารถหลอมรวมสัตว์ปีศาจทั้งสามได้ ถ้าหากเป็นระดับหก ก็จะสามารถหลอมรวมสัตว์ปีศาจทั้งหกได้ เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ สามระดับที่เพิ่มขึ้นก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นอีก เมื่อไปถึงระดับที่สี่สิบแปด ก็จะสามารถหลอมรวมสัตว์ปีศาจทั้งสี่สิบแปดได้”
“เช่นนั้น ระดับที่สี่สิบเก้าล่ะ?” หนานเหยายิ่งสงสัยว่าระดับที่สี่สิบเก้านั้นจะเกิดสิ่งใดขึ้น ลู่เฉินจึงยิ้มพลางเอ่ยออกมาว่า “สี่สิบเก้า นั่นก็คือหนึ่งร้อยตัว!”
“ว่าอย่างไรนะ?” หนานเหยาตกตะลึง
ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่พูดอันใดต่อ เขาบรรเลิงกู่ฉินต่อไป ส่วนหนานกงมู่ที่อยู่บน ‘หอสังเกตการณ์’ นั้นรู้สึกโมโหขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ
เฮยเม่ยพูดด้วยน้ำเสียงติดขัดออกมาว่า “ถ้าหากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง เกรงว่า…!”
“ฉินเฟยหยาง ซุ่มโจมตีเจ้าหนุ่มนั่น!” หนานกงมู่ไม่พอใจ จึงรีบสื่อสารกับฉินเฟยหยางผ่านค่ายกลทันที
เมื่อฉินเฟยหยางรับคำสั่งแล้ว กระแสอากาศทั้งสองบนร่างกายพลันเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดทันที จากนั้นก็กลายเป็นเงาสีแดงและน้ำเงิน ทะลุผ่านสัตว์ปีศาจในคราเดียวเพื่อไปถึงยังเบื้องหน้าของลู่เฉิน และเมื่อเข้าใกล้ชายหนุ่ม ปราณกระบี่ทั้งสองสายก็รวมเข้าด้วยกันเพื่อโจมตีใส่เขา
“ตายเสีย!”
ทุกคนต่างคิดว่าลู่เฉินต้องแย่แน่ โดยเฉพาะในขณะที่ฉินเฟยหยางอยู่ห่างจากอีกฝ่ายไม่ถึงสิบเก้าก็สามารถพูดได้ว่าตายตกอย่างไม่มีข้อสงสัย
แต่ในขณะนั้นเอง