ทุกคนพลันเห็นเพียงแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมา มองไม่ชัดว่าเป็นสิ่งใดก็พบว่าจู่ ๆ ปราณกระบี่สีแดงน้ำเงินนั้นพลันสะท้อนกลับมา และโจมตีบนร่างของฉินเฟยหยางแทน
ฉินเฟยหยางไม่คิดว่าตนจะถูกเคล็ดวิชาของตนย้อนกลับมาโจมตีได้
คนอื่น ๆ ยิ่งมองด้วยแววตาสับสน โดยเฉพาะขณะที่ปราณกระบี่ทั้งสองพุ่งทะลุมายังฉินเฟยหยาง บนร่างกายจึงปรากฏรูที่เต็มไปด้วยเลือดสองรูขึ้นมาทันที
ใครบางคนจึงตะโกนขึ้นมาว่า “แย่แล้ว ท่านผู้นำสูงสุดฉินเกิดเรื่องแล้ว!”
ฉินเฟยหยางหวาดกลัวจนใบหน้าซีดเผือด ลู่เฉินจึงยิ้มพลางเอ่ยออกมาว่า “ยังจะเข้ามาอีกหรือไม่?”
ฉินเฟยหยางรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง แต่เมื่อสัตว์ปีศาจที่อยู่รอบ ๆ พุ่งเข้ามา เขาจึงทำได้เพียงอดทนและต้านทานมัน ก่อนจะรีบหนีออกไปจากที่นี่ และกลับไปยังยอดเขาทั้งห้า
ผู้นำเหล่านั้นต่างก้าวขึ้นมาด้านหน้าด้วยความกังวลใจ
หนานเหยากล่าวออกมาด้วยความตกใจ “อาจารย์! เมื่อครู่เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“เคล็ดวิชาของเขาโจมตีมายังสมบัติวิญญาณของข้า และสมบัติวิญญาณนี้ได้ตีกลับเคล็ดวิชาคืนเจ้าของไป” ลู่เฉินยิ้มพลางเอ่ยออกมา แต่หนานเหยากลับเอ่ยขึ้นมาด้วยอาการตกใจ “ตีกลับเคล็ดวิชา?”
“อืม!”
หนานเหยาพูดด้วยความงุนงง “หลายปีมานี้ เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินว่าสมบัติวิญญาณสามารถตีกลับเคล็ดวิชาได้”
“นั่นก็คือประสบการณ์เจ้ายังน้อยนัก”
“อาจารย์ เช่นนั้นแท้จริงแล้วคือสมบัติวิญญาณใดกัน?” หนานเหยารู้สึกแปลกใจเป็น