“อาจารย์ ท่านดูสัตว์ปีศาจพวกนี้ เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้นั้น พวกมันบาดเจ็บไปเกือบครึ่ง ถ้าหากยังเดินหน้าต่อไป ข้าเกรงว่าจะยังไม่ทันพ้นทั้งสิบแปดค่ายก็จะตายกันหมดเสียก่อน!”
“วางใจเถิด ยิ่งเดินหน้าต่อไป พวกเขาจะยิ่งดุร้ายมากขึ้น!”
“เพราะเหตุใดกัน?”
“เพราะเสียงท่วงทำนองของเหล่าสัตว์ร้าย จะฝังอยู่ภายในร่างกายของพวกเขา ทำให้ร่างกายของพวกเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งหาญกล้า เปรียบดั่งจำต้องล้างบาปด้วยเลือดเนื้อเสียก่อน จึงจะเกิดใหม่และกลายพันธุ์ไป!”
ทั้งหมดนี้หนานเหยาฟังแล้วยังคงไม่เข้าใจนัก “อาจารย์ สัตว์ร้ายกลายพันธุ์คือสิ่งใดกัน?”
“ก็คือสัตว์ปีศาจ ที่เมื่อได้ยินเสียงท่วงทำนองของเหล่าสัตว์ร้ายก็จะมีอาการดุร้ายมากขึ้น และขณะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น มันจะต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเพื่อเอาชีวิตรอด และจะทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่วนสัตว์ปีศาจที่ไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้นั้น ก็จะถูกกำจัดไปเองโดยธรรมชาติ” เมื่อลู่เฉินพูดจบ หนานเหยาก็ถึงกับอ้าปากค้าง “เช่นนั้น โอกาสในการอยู่รอดนั้นมีมากน้อยเพียงใด?”
“ต้องดูความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้” ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย
หนานเหยาไม่สามารถจิตนาการถึงความน่ากลัวของลู่เฉินได้ และในขณะนั้นเอง ค่ายทั้งสามบนภูเขาก็เปล่งแสงสว่างวาบออกมา จากนั้นบนยอดเขาทั้งสามก็พลันเผยให้เห็นผู้คน และแต่ละคนก็กำลังจ้องมองมา
ในนั้นมีผู้นำของทั้งสามค่าย หลางซาน และจินเฟยต้วนอยู่ด้ว