ย ไม่กลัวหรอก!”
“แต่ทั้งห้าค่ายนี้ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก” เฮยเม่ยรู้ว่าศิษย์ที่ได้รับบาดเจ็บนั้น สำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดแล้ว นับเป็นความเสียหายอย่างรุนแรง เพราะพวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นอนาคตของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดทั้งสิ้น
แต่หนานกงมู่ไม่สนใจ นางเพียงแค่ต้องการให้ลู่เฉินตายโดยไม่สนใจว่าจะต้องแลกด้วยอันใด
ดังนั้น หนานกงมู่จึงเบิกตากว้างพลางกล่าวออกมาว่า “แม้จะต้องสูญเสียทุกอย่าง ก็ต้องฆ่าเขาให้ได้!”
เฮยเม่ยไม่รู้จะพูดสิ่งใด ส่วนลู่เฉินนั้นยังคงนำธงถอนออกมาจากภูเขาทั้งสามลูกต่อไป และนำมาหลอมรวมเข้ากับอีกสองธงที่เหลือเข้าด้วยกัน
นี่จึงทำให้เฮยเม่ยรู้สึกสงสัยขึ้นมา “เหตุใดเขาจึงต้องนำธงเหล่านั้นออกมาทุกครั้ง”
“คาดว่าคงคิดจะพิจารณาถึงความลับของธงเหล่านี้” หนานกงมู่คาดเดา แต่เฮยเม่ยกลับสงสัย “ความลับ? ความลับใดกัน?”
“เรื่องนี้ ข้าไม่รู้” หนานกงมู่เองก็ไม่รู้เช่นกันและคร้านที่จะทำความเข้าใจ
เฮยเม่ยจึงทำได้เพียงมองดูต่อไป ส่วนหนานกงมู่ก็กวาดสายตามองไปยังอีกสามค่ายที่อยู่ด้านหลัง ที่นั่นยังมีภูเขาอีกห้าลูก
เห็นเพียงหนานกงมู่สั่งการไปยังอีกคนที่อยู่บริเวณภูเขาห้าลูกนั้น
…
ลู่เฉินใช้เวลาที่นั่นไปประมาณหนึ่งก้านธูป จึงพูดออกมาว่า “ไป”
เพียงไม่นาน ทั้งสองคน รวมทั้งเหล่าสัตว์ปีศาจก็มาถึงด้านหน้าของภูเขาทั้งห้าลูก
เมื่อเห็นภูเขาทั้งห้าลูก หนานเหยาจึงตกตะลึงขึ้นมา “นี่คือ?”