ึงเพียงนี้
“หากไม่อยากตาย จงไสหัวออกไปจากแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ แต่หากอยากตาย จงต่อสู้ต่อไป!” สิ้นประโยคนั้น คนเหล่านี้ต่างก็บันดาลโทสะขึ้นมาทันที
หนานกงมู่ถ่ายทอดคำสั่งไปยังพวกเขา “ฆ่าพวกเขาซะ!”
ถึงแม้ว่าสัตว์ปีศาจเหล่านี้จะดุร้ายมาก แต่คนเหล่านั้นก็ยังพุ่งเข้าไปโจมตี
หนานเหยารู้สึกแปลกใจ “อาจารย์ ตอนนี้สัตว์ปีศาจเหล่านี้ถึงระดับที่เท่าใดแล้วหรือ?”
“ระดับที่สองแล้ว”
“เช่นนั้น ระดับที่สามล่ะ?”
“ทุก ๆ ขั้น ต้องมีระยะเวลาห่างกันประมาณหนึ่งก้านธูป ดังนั้น เราจำเป็นต้องยื้อเวลาเอาไว้ มิเช่นนั้นสัตว์ปีศาจเหล่านี้จะรับไม่ไหวและล้มลงได้ง่าย” ลู่เฉินอธิบาย ทำให้หนานเหยาพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าสับสน “นั่นหมายความว่า จะเพิ่มขึ้นไปแต่ละขั้นนั้น ต้องมีระยะเวลาห่างกันช่วงหนึ่ง”
“อืม จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างเหมาะสม!” ชายหนุ่มอธิบาย ทำให้หนานเหยาค่อย ๆ เข้าใจมากขึ้น “ไม่แปลกเลยที่อาจารย์ยังไม่เร่งไปถึงระดับที่สี่สิบเก้า!”
ลู่เฉินเพียงยิ้มแต่ไม่ได้พูดอันใดต่อ
ทว่าโดยธรรมชาติแล้ว สัตว์ปีศาจเหล่านี้มักจะได้เปรียบ โดยเฉพาะเมื่อพวกมันไม่กลัวตาย นี่จึงทำให้คนเหล่านั้นหวาดกลัว และเมื่อไม่สามารถต้านทานสัตว์ปีศาจได้ พวกเขาก็จะค่อย ๆ หนีออกไปเอง
หนานกงมู่โมโหจนกระทืบเท้าไม่หยุด “นี่จับเขาไม่ได้เลยหรือ!”
“มาถึงค่ายที่ห้าแล้ว…” เฮยเม่ยมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ขณะที่หนานกงมู่พูดออกมาด้วยความโกรธว่า “ด้านหลังยังมีอีกสิบสามค่า