ลับนำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา เขาดีดกู่ฉินด้วยความนิ่งสงบ และเสียงนี้ก็ค่อย ๆ รุนแรงและบ้าคลั่งยิ่งขึ้น
หนานกงมู่ที่อยู่บน ‘หอสังเกตการณ์’ กลับยิ้มออกมา “สู้จนกว่าจะตาย!”
เฮยเม่ยกลับมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “ดูนั่น! สัตว์ปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บเหล่านั้นเริ่มบ้าคลั่งขึ้นมาอีกแล้ว และสัตว์ปีศาจที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินก็ปีนออกมาแล้วด้วย!”
เมื่อหนานกงมู่เห็นสัตว์ปีศาจเหล่านั้นเต็มไปด้วยเลือด แต่ยังสามารถต่อสู้ต่อไปได้นั้น ก็พลันมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “นี่… เกิดอันใดขึ้นกันแน่!”
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นใครกัน! เหตุใดจึงมีพลังในการควบคุมสัตว์ปีศาจให้แข็งแกร่งเช่นนี้ได้!” เฮยเม่ยยิ่งรู้สึกว่าลู่เฉินนั้นไม่ใช่คนธรรมดา ส่วนหนานกงมู่พลันบันดาลโทสะขึ้นมา จึงถ่ายทอดคำสั่งออกไป “ไม่ว่าอย่างไร ต้องฆ่าให้ตายทั้งหมด!”
ผู้นำทั้งห้ารับคำสั่ง จึงรีบออกคำสั่งแก่คนของตนทันที
เห็นเพียงการสู้รบที่น่ากลัว แต่ไม่ว่าอย่างไร คนเหล่านี้ก็ไม่สามารถโจมตีไปยังด้านหน้าของลู่เฉินและหนานเหยาได้ แต่ละคนจึงกลายเป็นเพียงศพที่ล้มลงต่อหน้าสัตว์ปีศาจเท่านั้น
หนานเหยาเอ่ยออกมาด้วยความตกตะลึง “อาจารย์ ท่านน่ากลัวเกินไปเสียแล้ว”
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้าย ขณะเดียวกันยังได้ปล่อยเสียงหนึ่งออกมาให้สะท้อนออกไปรอบ ๆ “พวกเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์ จงฟังข้าให้ดี!”
พวกเขาต่างก็กังวลใจว่าเหตุใดเสียงของผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานคนหนึ่งจึงแข็งแกร่งถ