็ไม่ค่อยเข้าใจนัก ชายหนุ่มจึงอธิบายออกมาว่า “ธงนี้แอบแฝงพลังที่แข็งแกร่งไว้”
“พลังที่แข็งแกร่ง?” หนานเหยาไม่เข้าใจ แต่เขาไม่ได้อธิบายอันใดอีก กลับนำสัตว์ปีศาจที่เหลืออยู่เดินทางต่อไป
หนานกงมู่ที่อยู่บน ‘หอสังเกตการณ์’ โมโหจนกัดฟันหรอก “บัดซบ!”
เฮยเม่ยรู้สึกสับสน “เจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดจึงสามารถทำให้สัตว์ปีศาจเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้นมาได้?”
“ใครจะไปรู้!” ลู่เฉินควบคุมสัตว์ปีศาจเหล่านี้ได้อย่างไรนั้นหนานกงมู่ยังไม่เข้าใจ นับประสาอันใดกับเหตุใดสัตว์ปีศาจเหล่านั้นซึ่งแข็งแกร่งขึ้นมาได้
เฮยเม่ยจึงทำได้เพียงถามต่อไป “เช่นนั้น ด้านหลังจะถูกทำลายหรือไม่?”
“วางใจเถิด ค่ายทั้งสิบแปด ยิ่งลึกเข้ามายิ่งแข็งแกร่ง!” หนานกงมู่กล่าวด้วยแววตาเย็นชา เฮยเม่ยจึงทำได้เพียงรอคอยอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินและหนานเหยาเดินทางมาถึงยังค่ายแห่งที่สอง และค่ายแห่งที่สองนี้ เป็นค่ายวิญญาณสายน้ำ โดยมีรากวิญญาณธาตุน้ำเป็นหลัก และแต่ละคนล้วนเป็นรากวิญญาณสวรรค์ห้าดาวขึ้นไป ส่วนผู้นำนั้นเป็นผู้ที่สามารถแผ่กระจายคลื่นน้ำออกมาทั่วร่างกายได้
คนผู้นี้มีนามว่าหลางซาน และขณะนั้นเองหลางซานยืนอยู่ตรงนั้นพอดี เขามองไปยังกลุ่มคนที่หนีมาจากอีกด้านหนึ่งพลางเอ่ยถามขึ้นมา “เหตุใดพวกเจ้าจึงอ่อนแอเพียงนี้?”
จินเฟยต้วนมองด้วยสายตาว่างเปล่า “หลางซาน มีบางอย่างที่เจ้าไม่รู้ ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มผู้นั้นใช้วิธีใดกัน จึงทำ