า “เร็วเข้า ต้านทานเร็ว!”
ทว่ารอบ ๆ มีเพียงซากศพที่ตกลงมาจากท้องฟ้า
ฉากนี้ทำให้หนานกงมู่รู้สึกหวาดกลัว “ไม่ มันเป็นไปไม่ได้!”
ในท้ายที่สุดหลังจากฆ่าและไล่ทุกคนออกไปแล้ว อสูรปีศาจเหล่านั้นก็นอนหมอบอยู่รอบ ๆ ภูเขา ขณะที่อสูรวิหคต่างบินวนไปรอบ ๆ ราวกับกำลังต้อนรับ ‘ราชา’ อย่างไรอย่างนั้น นี่พลันทำให้หนานเหยารู้สึกขนลุกขึ้นมา
เมื่อเห็นว่านางมีชีวิตชีวาขึ้นแล้ว ลู่เฉินจึงถอนมือออก จากนั้นเขาก็จ้องไปที่หนานกงมู่ “ดูเหมือนว่าข้าต้องไปเล่นที่แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดของเจ้าเสียแล้ว!”
เมื่อหนานกงมู่ได้ยินว่าเขาต้องการไปที่แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดก็หัวเราะเยาะเย้ยทันที “พ่อหนุ่ม? อาศัยเพียงเจ้าหรือ จะกล้ามายังแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้า?”
“แล้วไม่ได้หรือ?”
“ข้าจะบอกให้นะ แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดยังมีผู้อาวุโสอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ไปที่แดนลับ ดังนั้นหากเจ้าไม่อยากตาย เจ้าก็ไม่ควรมา ไม่เช่นนั้นเจ้าจะตายตกอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้แล้ว!” หนานกงมู่ขู่ลู่เฉิน
ลู่เฉินเย้ยหยัน “ไม่มีผู้ใดหยุดสิ่งที่ข้าอยากทำได้!”
“เช่นนั้นก็ดี! ข้าจะรอเจ้า และหวังว่าเจ้าจะไม่ขี้ขลาด!” หนานกงมู่ผู้นี้ตะคอก ก่อนที่ร่างโปร่งแสงจะหายไปทันที แล้วลู่เฉินก็หันมองไปที่หนานเหยา “ไปเถอะ อาจารย์จะล้างแค้นให้เจ้า!”
หนานเหยาเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “ท่านอาจารย์ ท่านจะไปแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดจริงหรือ?”
“ใช่!” ลู่เฉินส่งเสียงตอบรับ และแม้ว่าหนานเห