จจนหน้าถอดสี
แล้วเขาก็พูดต่อไปว่า “สิ่งนี้มีความผันผวนมาก หลังจากเปิดแล้วจะสามารถประคองไว้ได้สิบลมหายใจ และผู้ที่โดนพิษจะฟื้นตัวหลังจากผ่านไปหนึ่งเค่อ”
ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินเช่นนี้ อย่างน้อยพิษก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ลู่เฉินแค่ประหลาดใจว่าคนเหล่านี้เตรียมมามากเท่าใด ดังนั้นหลังจากตรวจสอบร่างกายของคนเหล่านั้นทีละคนแล้ว เขาก็พบว่าทุกคนมีอยู่ในร่างกายส่วนหนึ่ง และหลังจากนำออกมาจากร่างของคนเหล่านี้แล้ว ‘ขวด’ เหล่านี้ก็ค่อย ๆ ละลายไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มรีบวิ่งออกไปจากตำหนัก จากนั้นก็สร้างค่ายกลขนาดเล็ก และโยนสิ่งเหล่านี้ลงในค่ายกลขนาดเล็ก ไม่นานนักทุกคนก็เห็นแสงสีเงินกะพริบในค่ายกลขนาดเล็ก
หวังอวี่และคนอื่น ๆ ต่างก็หวาดกลัว
นางเอ่ยอย่างตะกุกตะกักและถามว่า “จะไม่เป็นไรจริง ๆ หรือ?”
เถ้าแก่เนี้ยกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “เขาใช้รูปแบบเล็ก ๆ เพื่อดักจับ เช่นนั้นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่”
ชายชรากวาดพื้นและท่านยายรู้สึกอยู่เสมอว่าลู่เฉินไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน แต่พวกเขามองอันใดไม่ออกเลย ดังนั้นจึงได้แต่มองดูอย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หลังจากที่ไอพิษสลายไป ลู่เฉินก็ถอนค่ายกลเล็ก ๆ ออก “เอาล่ะ ไม่เป็นอันใดแล้ว!”
หวังอวี่รู้สึกงงงวย “ไม่เป็นอันใดหรือ?”
“พิษชนิดนี้ระเหยไปแล้ว” ชายหนุ่มตอบ จากนั้นก็มองไปที่เชลยเหล่านั้น ส่วนท่านยายก็กำจัดพลังปราณของคนเหล่านั้นแล้วพูดกับเถ