้าแก่เนี้ยว่า “ขังพวกเขาไว้ก่อน”
“เจ้าค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยจัดแจงให้คนเหล่านี้ถูกคุมขังทันที
หวังอวี่และคนอื่น ๆ เข้ามาช่วย ในขณะที่ลู่เฉินหันกายและหายออกไปจากพระราชวังไร้หน้าอย่างเงียบ ๆ
เมื่อคนเหล่านี้ทำงานเสร็จสิ้น พวกเขาก็เพิ่งรู้ว่าลู่เฉินได้หายตัวไปแล้ว
“พ่อหนุ่มนั้นล่ะ?” หวังอวี่ตกใจ และเถ้าแก่เนี้ยเองก็สงสัย “เมื่อครู่เขายังอยู่ในตำหนัก เหตุใดถึง…?”
ท่านยายพลันขมวดคิ้ว “เขาน่าจะไปแล้ว”
“ไปแล้วหรือ?” หวังอวี่เริ่มสับสน
เถ้าแก่เนี้ยก็สงสัยเช่นกัน ส่วนชายชรากวาดพื้นตอบว่า “เขาออกไปยังทางเข้าแล้ว”
ชั่วขณะนั้น หวังอวี่ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย “เหตุใดเขาถึงมาแล้วก็จากไป”
ท่านยายพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ข้ายังไม่รู้ตัวตนของเขาเลย!”
ชายชราผู้กวาดพื้นเองก็อยากรู้ตัวตนของลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงมองไปที่เถ้าแก่เนี้ยแล้วกล่าวว่า “เมิ่งเซียง เจ้าคุ้นเคยกับโลกภายนอก ดังนั้นข้าเกรงว่าข้าต้องรบกวนเจ้าแล้ว!”
“ข้าหรือ?” เถ้าแก่เนี้ยพลันประหลาดใจ ส่วนชายชรากวาดพื้นกล่าวต่อไปว่า “ไปเถิด ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเขา โดยเฉพาะประวัติความเป็นมาของเขา”
“เจ้าค่ะ!” เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะออกไป
แต่หวังอวี่พลันร้อนใจ “ข้าอยากไปด้วย!”
“ไม่ได้!” ท่านยายปฏิเสธทันที หวังอวี่จึงรู้สึกหดหู่ใจ “ตอนนี้ข้าไม่มีปีศาจอยู่ในร่างแล้ว ปล่อยข้าออกไปเถอะ”
แต่ชายชรากวาดพื้นพลันกล่าวว่า “ร่างกายของเจ้าค่อนข้างพิเศษ แม้ว่าตอนนี้เจ้าจะไม่