่างอยากรู้อยากเห็นว่า “เจ้าบ้านี่ เขาจะแหลกสลายจริง ๆ หรือ?”
ชายชรากวาดพื้นกล่าวอย่างเคร่งขรึม “นี่คือค่ายกลเก่าแก่ที่สุดและมีมนต์ขลังที่สุดในพระราชวังไร้หน้าของพวกเรา เป็นรองเพียงค่ายกลเซียนเท่านั้น ดังนั้นมันอาจเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่ต้องควบคุม”
หวังอวี่ตกใจมาก “แล้วเขาจะไม่อันตรายมากหรือ?”
“อืม” ชายชรากวาดพื้นตอบ หวังอวี่จึงยิ่งตกใจ
ทว่าในยามนั้นเอง เสียงระฆังดังขึ้นในตำหนักใหญ่อย่างกะทันหัน จากนั้นแสงสีทองก็สว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้า จากนั้นทั่วทั้งพระราชวังไร้หน้าก็เต็มไปด้วยเสียงระฆัง
ไม่เพียงเท่านั้น ในพระราชวังไร้หน้ายังมีเสียงภูตผีและเสียงหมาป่าร้องโหยหวนดังระงม
ชายชรากวาดพื้นตกใจ “มีคนนอกมากมายเพียงนี้เลยหรือ!?”
หวังอวี่ตื่นตระหนกขึ้นมา “จะทำอย่างไรดี!?”
“เจ้าไปหาท่านยายของเจ้าเพื่ออธิบายสถานการณ์ ส่วนข้าจะไปอธิบายให้ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ฟังเอง”
หลังจากที่หวังอวี่และเถ้าแก่เนี้ยส่งตอบรับแล้ว ทั้งสามก็จากไป
ส่วนลู่เฉินนั้น เขาเดินออกจากตำหนัก แน่นอนว่าเสียงเหล่านี้กระทบกับร่างของเขาเช่นกัน แต่ลู่เฉินมีจิตวิญญาณที่ทรงพลัง เสียงเหล่านี้จึงไม่สามารถทำร้ายเขาได้ ทว่าเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงจากรอบด้าน “ราชาหมื่นหน้าทิ้งของดีไว้เยอะจริง ๆ”
ในยามนี้เอง ชายชรากวาดพื้นได้หันกลับมา เขาจ้องมองลู่เฉินด้วยความตกใจ “เจ้า… ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?”
“เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จะรบกวน