อธิบาย
นักบุญหญิงขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าไม่ได้บอกว่าเขามีคู่หมั้นหรอกหรือ?”
“ใช่ แต่เขาถอนหมั้นไปแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะหมางใจกับสตรีผู้นั้น”
“หมางใจ?”
“ใช่ หลังจากที่ผู้หญิงคนนี้ไปที่แดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด นางก็ตกเป็นคนของบุตรศักดิ์สิทธิ์ แล้วยังขัดแย้งกับพ่อหนุ่มคนนั้นมาโดยตลอด” โหย่วหลงอธิบาย
นักบุญหญิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เยี่ยม ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าออกไปเถิด”
โหย่วหลงรับคำและหันหลังเดินจากไป ขณะที่นักบุญหญิงก็พึมพำกับตัวเองว่า “ดูเหมือนจะถึงเวลาไปพบผู้หญิงคนนั้นแล้ว”
…
ลู่เฉินไม่รู้ว่านักบุญหญิงแห่งวังเหมันต์สงัดกำลังทำอันใด แต่เขาเองก็มาถึงตำหนักโบราณแล้ว และตำหนักนี้ล้อมรอบด้วยเสาหิน ทั้งยังมีอักขระยันต์มากมายบนผนังโดยรอบ ยิ่งไปกว่านั้นยังเปล่งแสงสีทองจาง ๆ ออกมา
ชายชรากวาดพื้นอธิบายว่า “เมื่อเปิดใช้ค่ายกล ผู้คนที่ไม่ได้มาจากพระราชวังไร้หน้าจะต้องกรีดร้องไปทั่วทั้งพระราชวังไร้หน้า ในขณะเดียวกันยังสามารถต้านทานการแทรกซึมของผู้คนที่ไม่ได้มาจากพระวังไร้หน้าได้อีกด้วย”
ลู่เฉินพลันเข้าใจขึ้นมา “ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าออกไปได้ ข้าจะเปิดใช้งานเอง”
ชายชรากวาดพื้นพูดอย่างเป็นกังวลว่า “เมื่อเปิดใช้งาน หากไม่ใช่ประมุขวังทั้งสามและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ร่างกายจะแตกสลายได้”
“วางใจเถิด” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็ปล่อยให้คนอื่น ๆ ออกไป
คนเหล่านี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกไป หวังอวี่ก็ถามอย