้นตกตะลึงขึ้นมา รีบพุ่งตัวไปตรงหน้าลู่เฉินทันที แต่ชายหนุ่มกลับหายไปเสียแล้ว และรอบ ๆ ก็เหลือเพียงหมอกหนาเท่านั้น ทำให้ชายชรากวาดพื้นผู้นี้รู้สึกกังวลใจขึ้นมา “เหตุใดเจ้าจึงรู้ว่ามีค่ายกลเช่นนี้อยู่!”
“ข้าบอกแล้ว ที่นี่น่าสนใจนัก” ชายหนุ่มเดินอยู่บริเวณรอบ ๆ และยังควบคุมกลิ่นอายได้เป็นอย่างดี
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังควบคุมค่ายกลม่านหมอกนี้ด้วย ดังนั้นไม่ว่าเขาคิดจะเคลื่อนย้ายภายในตำหนักนี้เช่นไรก็ย่อมสามารถทำได้ ส่วนชายชรากวาดพื้นผู้นั้น ทุกครั้งที่จับทิศทางของลู่เฉินจากเสียงได้ เมื่อเขาตามไปก็กลับพบเพียงความว่างเปล่าเสมอ
จึงทำให้ชายชรากวาดพื้นกังวลใจขึ้นมา “แท้จริงแล้วเจ้าคือผู้ใดกันแน่!”
“ข้าเป็นเพียงแค่ผู้น้อยที่เพิ่งเข้าร่วมพระราชวังไร้หน้านี้เท่านั้น” ลู่เฉินกล่าว แต่ชายชรากวาดพื้นยังคงโจมตีตามเสียงที่ได้ยิน แต่ชายหนุ่มยังคงไม่เป็นอันใด เขาพูดขึ้นมาว่า “วางมือเสียเถิด ค่ายกลรอบ ๆ นี้ถูกข้าควบคุมไว้เสียแล้ว”
“ถูกเจ้าควบคุม?” ชายชรากวาดพื้นแสดงสีหน้าประหลาดใจ
ลู่เฉินจึงขานรับพลางยิ้ม “หรือว่าเจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้ ค่ายกลนี้อยู่มานานนับแต่โบราณ และไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมมันได้” ชายชรากวาดพื้นไม่เชื่อ แต่ลู่เฉินกลับยิ้มพลางเอ่ยออกมา “สิ่งที่ควรพูด ข้าพูดไปหมดแล้ว จะเชื่อหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเจ้า!”
ชายชรากวาดพื้นโจมตีไปรอบด้าน แต่การกระทำนี้กลับเป็นการก่อกวนผู้คน