ที่ฝึกฝนอยู่รอบ ๆ ดังนั้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงเปิดประตูหินของตนออกมา
ผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น เมื่อเห็นเมฆหมอกจึงต่างก็พากันแปลกใจว่าเกิดเหตุใดขึ้น
แต่เมื่อมีคนเห็นชายชรากวาดพื้นผู้นี้ แต่ละคนจึงกล่าวด้วยความเคารพ “ผู้อาวุโสเซียว!”
“พวกเจ้าทุกคนจงมายืนข้างข้า!” ชายชรากวาดพื้นพูดด้วยความร้อนใจ ทุกคนดูจะไม่เข้าใจ ทว่าก็ทำได้เพียงไปยืนอยู่ด้านข้างเท่านั้น
จนกระทั่งหนึ่งในประตูหินบานใหญ่ทั้งสามบานถูกเปิดออก และภายในนั้นมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมา
เห็นเพียงชายวัยกลางคนผู้นี้สวมชุดคลุมยาวสีเงิน บนบ่ามีนกอินทรีตัวสีเงินเกาะอยู่และดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีแดงเลือด
เมื่อทุกคนเห็นเขาต่างก็พากันกล่าวขึ้นมาด้วยความเคารพ “ประมุขซู”
ซูหนานเป็นหนึ่งในประมุขทั้งสามของพระราชวังไร้หน้า แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นชายชรากวาดพื้นก็ยังกล่าวทักทายด้วยความเคารพ “ผู้อาวุโสเซียว เกิดเหตุใดขึ้นหรือ?”
ชายชรากวาดพื้นจึงเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา เมื่อซูหนานได้ยินจึงรู้สึกตกใจขึ้นมา “ว่าอย่างไรนะ? มีคนนอกเข้ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่?”
ไม่เพียงแค่ซูหนานเท่านั้น บุตรศักดิ์สิทธิ์คนอื่น ๆ ต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน
ชายชรากวาดพื้นขานรับ “เจ้าหนุ่มผู้นี้นับว่าไม่ธรรมดา!”
“แต่เหตุใดข้าจึงไม่พบเขา” ซูหนานมองไปรอบ ๆ ด้วยความแปลกใจ ชายชรากวาดพื้นจึงตอบกลับ “ค่ายกลนี้ถูกเขาควบคุมอยู่ และเขายังสามารถควบคุมกลิ่นอายได