้ ทำให้ไม่มีผู้ใดพบร่องรอยของเขา”
ซูหนานมีสีหน้าไม่ดีนัก “พระราชวังไร้หน้าของเราตัดขาดจากโลกภายนอกมาโดยตลอด เหตุใดเขาจึงเข้ามาได้?”
“คำถามนี้ ต้องย้อนกลับไปถามหญิงแก่นั่น” ชายชรากวาดพื้นมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา ซูหนานสงสัย เขาจึงเอ่ยถามออกมา “ค่ายกลนี้สามารถปิดได้หรือไม่?”
“ข้าเคยลองแล้ว ไม่ได้!” ชายชรากวาดพื้นส่ายศีรษะอย่างไร้หนทาง
จู่ ๆ เสียงของลู่เฉินก็ดังขึ้นมาจากมุมมืด “พวกเจ้าคุยกันเป็นอย่างไรบ้าง?”
ทุกคนพลันตกตะลึงขึ้นมา และต่างแปลกใจว่าคนผู้นั้นอยู่ที่ใด จากนั้นซูหนานก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ข้าคือประมุขแห่งพระราชวังไร้หน้า ไม่ทราบว่าเจ้าคือผู้ใด เหตุใดจึงมาสร้างความวุ่นวายยังพระราชวังไร้หน้าแห่งนี้”
“ข้าไม่ได้มาสร้างความวุ่นวาย ข้าเพียงแค่มาตามหาม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์ไร้หน้า!” ชายหนุ่มตอบ
ทุกคนมีสีหน้าเปลี่ยนไป ซูหนานจึงอธิบายต่อ “ม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์ไร้หน้านั้น มีเพียงแค่บุตรศักดิ์สิทธิ์ ประมุข รวมถึงผู้อาวุโสพิเศษบางคนเท่านั้นจึงจะสามารถสัมผัสได้ และเมื่อสัมผัสแล้วก็อาจจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในนั้น”
“ข้าไร้ซึ่งตำแหน่งที่เจ้าเอ่ยมาทั้งหมด แต่ข้าเพียงแค่อยากดู ไม่เช่นนั้น วันนี้ข้าก็คงไม่เปิดค่ายกลนี้” ลู่เฉินยิ้มหยัน
ประโยคดังกล่าวทำให้ซูหนานกังวลใจขึ้นมา จึงมองไปยังชายชรากวาดพื้นผู้นั้น “ผู้อาวุโสเซียว ตอนนี้ควรทำเช่นไร?”
ชายชรากวาดพื้นจึงส่งเสียงที่ได้ย