ทางไปประมาณหนึ่งร้อยก้าวจึงมาถึงยังตำหนักใหญ่รอบ ๆ ตำหนักนี้ มีรูปปั้นหินไร้ใบหน้ามากมาย
ขณะเดียวกัน ด้านหลังของรูปปั้นหินเหล่านี้ล้วนมีประตูหินบานหนึ่งอยู่ และด้านข้างของประตูหินนี้ต่างก็มีแผ่นป้ายแขวนอยู่ว่าเป็นสถานที่ฝึกฝนของผู้ใด เป็นที่พักผ่อนของผู้ใด
สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นป้ายสลักอ้างว่าตนนั้นเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกันที่ด้านหลังของรูปปั้นหินทั้งสามยังเป็นที่ตั้งของประมุขทั้งสาม ดังนั้นแผ่นป้ายของทั้งสามในบริเวณนั้นจึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ในขณะที่ลู่เฉินซึ่งกำลังสงสัยว่าม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์ไร้หน้านี้ควรจะอยู่ที่ใดนั้น ชายชรากวาดพื้นก็ปรากฏกายออกมา “ไม่ทราบว่าเจ้ามาทำอันใดที่แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้?”
เมื่อลู่เฉินเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาพอดีจึงยิ้มออกมา “หากข้าบอกว่า ข้ามาตามหาม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์ไร้หน้าล่ะ?”
“ม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์ไร้หน้า?” ชายชรากวาดพื้นได้ยินดังนั้นจึงตกตะลึงขึ้นมา “เจ้าตามหาสิ่งนี้ทำไมกัน?”
“มีบางสิ่งที่ข้าต้องการในนั้น!”
“แท้จริงแล้วเจ้าคือผู้ใด เหตุใดจึงตามหาม้วนตำราศักดิ์สิทธิ์ไร้หน้าของพระราชวังไร้หน้า?” ชายชรากวาดพื้นยิ่งรู้สึกว่าลู่เฉินกำลังมีบางปัญหาบางอย่างจึงตามหาสิ่งนี้
เพราะแท้จริงแล้วสิ่งสำคัญของพระราชวังไร้หน้านี้คือการอยู่อย่างสันโดษ แต่บัดนี้คนนอกมากลับมาตามหาสิ่งนี้ และยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน ทว่ากลับเดินมาถึงจุดนี้ได้
ดังน